ภาษาฝรั่งเศสยากเหลือแสน...จริงหรือ?...
posted on 17 Nov 2007 02:58 by darkgoldenfish(Entry บ้าพลังเขียน ใครขี้เกียจอ่าน เรามี "แกลลอรี่ท้องฟ้า" มาให้ชมกัน! เลื่อนลงไปดูโลด)
ได้ยินเสียงบ่นมากมายมหาศาล มีแต่คนชอบบอกว่าภาษาฝรั่งเศสนี่มันยากเหลือทน
บางคนก็บอกว่าภาษาฝรั่งเศสพูดเร็วมาก ของอย่างนี้มันแล้วแต่คนพูดมากกว่า
ตอนอยู่เมืองไทย เรียนภาษาจีน เพื่อนก็ชอบบ่นว่ายาก (เกินจริง)
เหล่าซือก็บอกว่า ภาษาไทยยากจะตาย แค่ภาษาจีนเนี่ย จิ๊บๆ
เหล่าเด็กน้อยก็เถียงกันใหญ่เลย ภาษาไทยยากตรงไหน (แหม เอาคะแนนภาษาไทยมาโชว์สิเธอ)
วันนี้ก็เลยอยากนำเสนอว่า...ภาษาไทย ใครว่าง่ายฟระ...
...เดี๋ยวนะ ตั้งหัวชื่อผิดหรือเปล่า...
ฝรั่งเศสยากเหลือแสน จริงหรอ? ขอตอบว่า จริงค่ะ ฮะๆ
แต่เชื่อเหอะ ภาษาไทยยากกว่าเยอะ ไปดูกันๆ
อ๊ะ ก่อนอื่นๆ ขอภูมิใจนำเสนอ แกลอรี่ท้องฟ้า~
ที่มาที่ไปไม่มีอะไรเลย ก็แค่ว่างมาก ก็หยิบกล้องส่องไปทั่ว
เริ่มที่ภาพโปรด "อีเขียวตะกายตึก" (ก๊าก! ชื่อหรอนั้น)
ที่นี่คือเมืองฟ้าใส~
ท้องฟ้าว่างโล่งที่ Cote d'azur (ถิ่นทะเลใต้)
ท้องฟ้ามืดมนแห่งกรุงปารีส
วันสบายๆ ถ่ายก่อนไปพายเรือเล่น
เริ่มที่ตัวหนังสือ
ฝรั่งเศส ก็แน่ล่ะ 26 ตัวรวมสระ เหมือนอังกฤษ
จะมีเพิ่มมาก็พวก Ç È É Î อั๊กซอง ต่างๆ เอาไว้กำหนดเสียง
อย่างตัวแรก ปกติ C จะออกค.ควาย แต่ถ้ามีหางเล็กๆพ่วง ก็จะออกเป็น ซ.โซ่
ส่วนภาษาไทยนะหรือ ตัวหนังสือก็มีแค่ 44 ตัว สระก็แค่ 32 ตัวเอง
ใครท่องก.ไก่ถึงฮ.นกฮูก บวกด้วย สระ อะ อา อิ อี ไม่ได้ ยกมือขึ้น
(ปลาทองชูครีบทันใด)
...พระจันทร์...
ได้มองท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีสันไปเรื่อยๆก็สนุกดี
เสียดายที่กล้องเราไม่ได้คุณภาพขนาด ถ่ายออกมาสีจะเพี้ยนไปเยอะเลย
โดยเฉพาะตอนเย็นๆเริ่มมืดๆ ถ่ายออกมาคนละสีอย่างแรง
การออกเสียง
ทางฝรั่งเศสมีตัว R เจ้ากรรม (แอค์)
บางทีก็ออกเป็นคล้ายๆร.เรือ แล้วควบค.ควายเข้าไปด้วย เหมือนเสียงกลั้วคอ (บางทีก็ไม่ควบ)
เสียงจะไม่เต็มเสียงเหมือน ร.เรือ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ลมอย่าง ห.หีบ
ส่วนภาษาไทยเรา...อา อ่า อ้า อ๊า อ๋า...แค่นี้ชาวต่างชาติก็จอดกันเป็นแถบๆค่ะ
เพื่อนเราฟังแล้วเอ๋อเลย อย่าง ใครขายไข่ไก่ เนี่ย
เขาไม่สามารถออกเสียงได้โดยสิ้นเชิง กลายเป็น ไค ไค ไค ไค ไปซะ
ยังไม่พอๆ ว่าด้วยการเขียนซักนิด
วรรณยุกต์มีห้าเสียง ใส่ได้เสมอไปไหม? ไม่ได้!
ยังต้องมีอักษรเสียงสูง กลาง ต่ำ อีก
เวลาผัน (ผัน...พัน...ผัน ถูกแล้ว =_=” เห็นไหม มันยากจริงๆ) ก็ต้องมาเป็นคู่แบบนี้
ซา ส่า ส้า/ซ่า ซ้า สา (ถูกไหมเนี่ย นั่งผันอยู่นานมาก =_=”)
อันนี้เป็นหนึ่งในภาพที่สีเพี้ยนอย่างน่าเศร้า
พระจันทร์กลายเป็นพระอาทิตย์ หัวค่ำกลายเป็นยามเช้าไปเลย =_="
สังเกตดู ตามตึกจะเห็นแสงไฟ ไฟถนน เพราะจริงๆมันควรจะ...มืด...
คราวนี้เน้นไปที่เมฆบ้าง....
รูปนี้เห็นแล้วนึกถึงภาพวาดเหล่าเทวดาตัวน้อยๆ
คำศัพท์
ศัพท์ในภาษาฝรั่งเศสมีเพศ! ทุกอย่างเลย มีเพศชาย หญิง
คำขยายต่างๆต้องเปลี่ยนรูปไปตามเพศของคำนาม
คำนำหน้านามก็ต่างกันสำหรับชาย หญิง หรือพหูพจน์ จำกันให้ตายไปเลย!
บางทีเปลี่ยนเพศ ความหมายก็เปลี่ยนไปด้วย สนุกสนานเลย...
ส่วนพี่ไทยเราหรอ...หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบก็เปลี่ยนความหมายได้~
ตา...พ่อของแม่ ตา...อวัยวะของร่างกาย
แปลงร่างกันหน่อย อย่างเช่น “ตาบ้า” (หาตัวอย่างได้ทรามมากเลย =_=” เอาเหอะ)
เกี่ยวกับผัวยายไหม? แล้วมันเกี่ยวกับอวัยวะในการมองหรือเปล่า? ก็ไม่เลยซักนิด
หรือแปลงร่างขึ้นไปอีก...เป็นเรื่องปวดใจที่เกิดกับเด็กฝรั่งที่มาอยู่บ้านฉันที่เมืองไทย...
ตั้งชื่อให้ว่า ปณิตา (ผู้เป็นที่รัก) ชื่อเล่นว่า ตา
ก็อธิบายให้เขาฟังว่าชื่อแปลว่าอย่างนี้นะ เขาก็โอเค เข้าใจและ
พอมีคนถาม เขาก็ตอบว่า ผู้เป็นที่รัก แล้วก็ชี้ที่ตา =_=”
ก็ต้องมานั่งอธิบายอีก ว่าปณิตา กับ ตา มันคนละคำ คนละความหมายกัน
เมฆทรงประหลาด กลืนกินท้องฟ้า
การอ่านเขียน
ฝรั่งเศส ตลอดเลย เขียนแต่ไม่ออกเสียง...
90% ของอักษรตัวสุดท้ายจะถูกลืม พหูพจน์เติม s (เติมไปถึงคำขยายเลย) แต่ไม่ออกเสียง...เพื่อ!...
ภาษาไทย...หึหึหึ...ใกล้ตัวสุดๆ
ชื่อฉันเอง “ณิชนันทน์” ต้องมีท.ทหาร แล้วก็น.หนู การันต์ ไว้ให้คนเขียนผิดเล่น
ใช้อะไรการันต์หนอ...สุดยอดปัญหาของมนุษยชาติเลย
สอบทีจะตกก็เพราะมันนี่แหละ
ทางฝรั่งเศส...วิธีอ่านพิลึกๆ (เพราะเราชินกับอังกฤษด้วยแหละ)
An En ออกเสียง “ออง” In “อัง” On “อง” หาคำศัพท์ให้ดู...อืม...
Informatique = แอง-ฟอ(เคอะ)-แม-ติค(เคอะ) วงเล็บคือแอบมีเสียงในคอ
อย่างที่เห็น tic ในภาษาอังกฤษ ทางนี้ต้องเขียนเป็น tique
แล้วก็มีการผันกริยาสำหรับประธานพหูหจน์ คำกริยานั้นจะลงด้วย ent แต่ไม่ออกเสียง...
Parle = ปาล Parlent = ปาล...ออกเสียงเหมือนกัน
ส่วนภาษาไทยหรอ...ศศิธร ร.เรือสะกด อ่านออกเสียงแม่กน
ทรราชย์ หน้าตาเหมือนร.เรือสะกด แต่ใช่ไหม? ไม่ใช่! อ่านว่า ทอ-ระ-ราด
วรรณคดี ร.เรือสองตัวเหมือนข้างบนเลย อ่านว่ายังไง วอ-ระ-รน? หรือ วอน-ระ-นะ?
ไม่ใช่! มันเป็น ร หัน ต่างหากเล่า คำไหน ไม้หันอากาศ น.หนู คำไหน ร หัน
หรือตัวสะกด ใช้ ด หรือ ส หรือ ศ หรือ ษ หรือ ร เฮ้ย อันนี้แม่กนแล้วนี่ ไม่ใช่ๆ
เห็นไหม สับสนงุนงงจะตาย
"สีสันแห่งท้องฟ้า" โซนนี้สวยมากๆขอบอก
อันนี้ของจริงเป็นสีชมพูแหละ มองตาค้าง ก่อนจะวิ่งไปหยิบกล้องอย่างไว
ห้องนอนอยู่สูง หน้าต่างก็ใหญ่ วันๆก็มองแต่ท้องฟ้ากับโบสถ์ที่อยู่บนเขาลูกข้างหน้า
นั้นไง โบสถ์ที่ว่า ยังไม่มีบุญได้ไปชมซักที
อากาศก็หนาวแล้ว เพื่อนมันบอกว่าอย่าขึ้นไปเชียว แข็งตายแน่ๆ =_="
หลักภาษา รูปประโยค
ฝรั่งเศสมีการนำกรรมมาวางข้างหน้ากริยา
บางทีสรรพนามแทนกรรม (อย่างในอังกฤษก็ him) ก็ดันมาหน้าตาเหมือนประธานอีก นั่งงงกันสนุกสนานเลย
เจ้าตัวสรรพนามแทนกรรมนี่ก็ดันมีเยอะแยะอีก แตกต่างกันไปตามรูปแบบ
กรรมตรง กรรมไม่ตรง …=_=…เขาเรียกว่าอะไรหนอ น่าจะมีชื่อเรียกนะ
อย่างกรรมตรงคือ I hit him เขาเป็นกรรมโดนเราตี
I call to him อันนี้มีมี to ที่เป็น บุพบท มาคั่น
(เขียนไปก็เปิดดิกไป เพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่แตกฉานภาษาเกิดขนาดนี้ T_T)
ตัวอย่างถูกหรือเปล่าไม่รู้ เพราะแปลมาจากฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษมันใช้ได้เหมือนกันไหมหนอ
เอาเป็นว่ารูปประโยคข้างต้น ใช้คำที่แปลว่า Him ไม่เหมือนกัน...เยี่ยมไหมล่ะ...
แล้วสรรพนามพวกนี้จะใช้เยอะมาก เพราะเขาไม่ยอมพูดคำเดิมซ้ำซาก แต่ก็ต้องพูดถึงมันเสมอ =_=”
อย่างไปซื้อของ ถามว่า “วันนี้มีปลาไหม” ภาษาไทยก็ตอบแค่ “ไม่มี” ...จบ...
แน่ล่ะ ภาษาไทยต้องมีหางเสียงด้วย ค่ะ ครับ ว่ะ อ่ะ ง่ะ ไปเรื่อย ตามอารมณ์วัยรุ่น
(ไอ้อันหลังๆจะว่ามันเป็นภาษาไทยก็ไม่เต็มปาก จะว่าไม่ใช่ แล้วจะเรียกมันว่าภาษาอะไร...เอาเป็นว่าภาษาพูด)
เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งนอกเรื่อง เดี๋ยวกลับไม่ถูก พูดเรื่องสรรพนามอยู่
ในภาษาฝรั่งเศสต้องตอบว่า “ไม่มีปลา” แต่เขาจะไม่พูดปลาซ้ำหลายรอบ ต้องเอาสรรพนามมาแทน
ใช้กับสถานที่ก็สรรพนามตัวหนึ่ง ใช้กับประโยคที่มี de นำหน้านาม ก็ได้สรรพนามอีกตัว
(de คือ of อย่างเช่น I want a cup of coffee ประโยคแบบนี้ สรรพนามแทนกาแฟ ก็มีโผล่มาอีกตัวหนึ่ง)
เจ้าสรรพนามพวกนี้ก็จะมีที่อยู่ต่างกันไป (ตามรูปประโยค และ ตามประเภทของสรรพนามนั้นๆด้วย)
เช่น ปกติอยู่ หลัง กริยา แต่ถ้ามีกริยาสองตัวอย่าง I want to buy ก็ต้องอยู่ระหว่างเจ้าสองตัวนั้น
ปกติอยู่ หน้า กริยา แต่ถ้าเจอประโยคแบบไม่มีประธาน (ประมาณประโยคคำสั่ง) ก็เอาไปวางหลัง กริยา
อ่านแล้วงงกันเลยใช่ไหมล่ะ หึหึหึ
ทางด้านภาษาไทย...ปัญหาที่เจอมาสดๆ...ต้องเขียนจดหมายรายงานให้ทางผู้ใหญ่ที่เมืองไทย
แต่ไอ้เราน่ะ...ทำอะไรเป็นงานเป็นการเป็นซะที่ไหน...
ยิ่งตอนนี้ชีวิตไร้สาระขึ้นทุกวัน หาอะไรเป็นแก่นสารแถบไม่ได้
(ไปโรงเรียนโดยไม่ต้องสนใจคะแนน สอบตกไม่ตาย ทำไม่ได้ก็ไม่แปลกเนี่ยมันมีความสุขมากเลยนะ เพื่อนๆลองทำดูสิ ก๊าก!)
แล้วภาษาไทยน่ะนะ...เอ้า ขอคำที่แปลว่า Je (i) หน่อยสิ…
ฉัน ข้าพเจ้า ข้า หนู ผม กระผม ข้ากระผม ดิฉัน กู
หรือเริ่มเข้าภาษาพูด ชั้น เค้า เรา อะฮั้น เดี๊ยน ดั๊น ข้อย (เฮ้ยๆ ภาษาถิ่นไม่นับดิ)
แค่เลือกใช้สรรพนามก็เหนื่อยใจแล้วค่ะ...
จะเขียนดิฉัน ก็รู้สึกว่ามันจะเป็นงานเป็นการไปหน่อยหรือเปล่าหนอ ฉันเพิ่งเป็นวัยรุ่นวัย 16 ปีเองนะ
แค่เล่าเรื่องราวในชีวิตเราเนี่ย เราก็ยิ่งอยากเล่าเรื่องให้มันสนุกสนาน คนอ่านจะได้ไม่เบื่อ
(ก็รู้ๆกันอยู่ว่าบ้าพลังพิมพ์ขนาดไหน)
จะใช้ข้าพเจ้านี่ก็ไม่ใช่แล้วมั้ง
ใช้ฉัน...เราเป็นเด็กเขียนให้ผู้ใหญ่ใช้ฉันจะดีหรอ...
หรือจะใช้หนู...16 แล้วนะเว้ย เขียนแล้วมันก็กระดากตัวเอง
สรุปก็เขียนไปแบบสบายๆ พยายามเลี่ยงการใช้สรรพนามแทนตัว ใส่”ค่ะ”บ้างตามวโรกาส
อารมณ์ประมาณนี้...
“ปัญหาอย่างเดียวที่มีคือเอ๋อค่ะ...เริ่มสับสนมากๆแล้วระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาฝรั่งเศส เพื่อนที่โรงเรียนพิเศษบางคนเขาก็พูดอังกฤษ บางคนก็พูดฝรั่งเศส เราก็เริ่มงงว่าจะคุยกะเขาภาษาอะไรดี ยิ่งเพื่อนที่โรงเรียนถึงเราพูดฝรั่งเศสกับเขา แต่เขาก็ชอบตอบเป็นภาษาอังกฤษ หรือบางคนก็พ่นเป็นฝรั่งเศสมาซะฟังไม่ทัน บางทีคุยเป็นภาษาอังกฤษ แต่รู้สึกตัวอีกที เอ๊ะ เราพูดฝรั่งเศสอยู่นี่...สรุปคือ งงตัวเอง...”
คือ กับลุงที่เราส่งจดหมายไปให้ ก็พอรู้จักกัน ลุงเขาก็เรียกชื่อเล่นเรา ก็เห็นว่ามันไม่ได้เป็นทางการมาก
เวลาเขียนก็พยายามอ่านแล้วอ่านอีกว่าส่งอย่างนี้ให้ผู้ใหญ่อ่านไม่เป็นไรใช่ไหม
แต่คุณพ่อที่รักก็บอกว่า ยังไม่ค่อยดีนะ ส่งให้ผู้ใหญ่น่ะ...ก็มันเขียนไม่เป็นนี่ T_T
เขียนเท่าไหร่ก็ออกมาอารมณ์นี้
พอจะเขียนให้มัน เอาวะ สุภาพเต็มร้อย...ไอ้เรื่องสนุกๆที่อยากเล่ามันก็ไม่ออกน่ะสิ...
ก็เข้าใจว่าภาษาจดหมายมันต้อง
“หนูอยู่ที่นี่ก็สุขสบายดีค่ะ อากาศออกจะหนาวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เจ็บไม่ป่วยอะไรค่ะ”
คือฟังแล้วมันไม่รู้สึกว่าสบายดีเท่าไหร่เลย มันอึดอัดขัดใจ มันรู้สึกว่ามันไม่ใช่อ่ะโรบิน มันไม่ใช่!
(สรุปคือเอ็งมันไม่รู้จักกาลเทศะละสิ ไอ้บร้า =_=”)
แต่มันเขียนไม่ได้จริงๆ ไม่รู้จะทำไงดี
เดี๋ยว...นอกเรื่องหรือเปล่า... จริงๆคือจะเขียนเรื่องการวางคำขยายต่างๆอะไรพวกนี้ไม่ใช่หรอ...
คือคิดตัวอย่างดีๆไม่ออกน่ะ =_=” เลยเขียนระบายอารมณ์ไปซะฉิบ
อะๆ ดูตัวอย่างประโยคที่ดึงมาจากฟิคฉันเอง
“เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับแผ่นหินสะท้อนก้องไปทั่วสุสานเล็กๆที่เงียบสงบ”
บอกองค์ประกอบของประโยคสิจ๊ะ ประธาน ส่วนขยายประธาน กริยา กรรม ส่วนขยายกรรม
(คือฉันเองก็บอกไม่ได้เหมือนกัน =_=” ประธานคือเสียงใช่ไหม? แล้วกริยา...สะท้อนหรอ? สุสานเป็นกรรมหรือเปล่า?)
นี่ก็รูปโปรดสุดไปเลย ^^
ปิดด้วยภาพเมฆหมอก ตื่นเช้ามาเจอหมอกลงตกใจมาก ถ่ายรูปเก็บไว้ =_="
พอเหอะ คงขี้เกียจอ่านกันแล้วละสิ
จงภูมิใจเถิด ว่าภาษาที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ยากจนบรรยายไม่หมดแล้ว
คุยกะเพื่อนชาวบลาซิล เขาขอเมลทุกคนไว้ แล้วก็พูดว่า ถ้าฉันไปที่ประเทศนั้นๆ แล้วจะไปหา
มันก็ร่ายไป อเมริกา จะไปพัฒนาภาษาอังกฤษ ออสเตรเลีย จะไปดูปะการัง
เมืองไทย...แปลออกมาได้ว่า จะมาทำความเข้าใจภาษาไทย...
ได้ยินตอนแรกตกใจ เพราะ ”ภาษาไทย” กับคำว่า “สาวไทย” ใช้คำเดียวกัน
มันบอกว่า Thailandaise tres complicated แปลว่าภาษาไทยยากมาก น่าสับสนงงงวย ประมาณนั้น
ไอ้เราก็ตีความว่า...มันชมหรือด่าเราป่าววะ ก็ในห้องก็มีสาวไทยอยู่คนเดียวนิ มันบอกว่าฉันทำตัวลึกลับหรอ?
ที่แท้ก็ภาษาไทย ฮะๆ แล้วเราก็ทดสอบความสามารถทางภาษานิดหน่อย
แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอื่อมๆ...ยังต้องฝึกอีกเยอะ มาเมืองไทยเลยๆ ฮะๆ
ไหนว่าจะจบ =_= ออกทะเลอีกล่ะ จบจริงๆแล้วค้าบ~
รู้ศัพท์เป็นคำๆได้บางคำ แต่ถ้าเป็นประโยคนี่อ่านไม่ออกเลยง่ะ พอดีใจไม่รักง่ะค่ะ อยากเรียนจีนแต่ว่ารร.ไม่มีอ่ะ มีแต่ฝรั่งเศส ก็เลยต้องจำใจเรียนไป U__U ตอนนี้ก็เลยรู้สึกเสียดายมากเลย เพราะว่าไม่ได้ตั้งใจเรียนฝ.แต่ต้น ตอนนี้มาตั้งใจเรียนก็ไม่ทันเขาแล้ว = ="

เราเรียนสายศิลป์ฝรั่งเศสนะ การออกเสียมันจะอยู่ที่ลำคอง่า
เหมือนขากน้ำลายง่า หุหุ แต่สนุกนะ ถ้าเรียน ๆไปมันสนุกง่า
เราชอบประเทศฝรั่งเศสนะเลยเลือกเรียนสายนี้ ^^
ถ้ามีโอกาสนะ ชีวิตนี้ขอไปปาริสสักครั้งเหอะ อิอิ
อืม.........ภาษาไทยยากกว่าอ่าเเหละ
แต่เราเป็นคนไทยไง เลยไม่คิดว่ามันยากอ่า จิงป่ะ
#1 By !!☆medsray☆!! on 2007-11-17 04:51