ทำไมใครๆก็รักฤดูใบไม้ผลิ
posted on 01 Apr 2008 03:15 by darkgoldenfishวันนี้มีเรื่องจะพูดเยอะมากจนเริ่มไม่ถูกเลย
แต่เรื่องที่อยากให้อ่านจริงๆอยู่ที่ย่อหน้าสุดท้าย
ถ้าไม่มีเวลายังไงก็ช่วยอ่านแค่ย่อหน้าสุดท้ายก็ได้ ^^
เอาเป็นว่าก่อนอื่น วันที่ 16 เมษา เป็นวันหลังวันสงกรานต์...
เอ่อ...=_=" คือจะหมายถึงว่า เป็นวันเกิดเซียน่ะ
แต่ประเด็นคือ เซียติดเที่ยวตั้งกะวันที่ 10-21 แนะ!
ยังไงก็ฝากข้อความทิ้งไว้ได้นะคร้า ^^
ส่วนเรื่องรูปตอนไปเที่ยว ไม่ต้องห่วง ได้โหลดกันตายไปข้างแน่ๆ!
(รูปวันนี้เสียเวลาทำมากมาย เพื่อหวังว่ามันจะโหลดง่าย กะทัดรัด)
(ได้ผลหรือไม่อย่างไร วานบอก ถ้าไม่ต่างจะได้เลิกทำ เหนื่อย =_=)
เวลาผ่านไปเร็วจนน่ากลัวเลยแหละ อีกเดี๋ยวก็กลับไทยแล้ว (วันที่ 5 กรกฎานี้แล้ว!)
จะคิดถึงอะไรที่สุด ถ้าไม่ใช่...การใส่ไพรเวทไปโรงเรียน!...
ลงรูปมาหลอนกันแต่เนิ้นๆเชียว =_="
โปรดสังเกต...นี่คือชุดที่แต่งไปโรงเรียน!
ทรงผมตามนั้น (แต่ปัดให้พ้นลูกกะตาหน่อย) ต่างหู อายไลนเนอร์ (สังเกตหางตา...)
ยังไม่รวมสร้อย แหวน กางเกงยีน เสื้อยืดแอบพังค์นิดส์นึง รองเท้าผ้าใบ
ฉันต้องกลับไปรวบผมเรียบร้อย ทำหน้าเนิร์ดไปเรียนอีกแล้วหรอเนี่ย T_T
มีคนหาว่าหนูหน้ากลมขึ้นเคอะ =_= พูดจาโหดร้ายจริงๆ
ได้ข่าวว่าไม่เคยผอมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ถ้าเห็นหน้าผอมๆ ก็แปลว่ามุมกล้องแจ่มนั้นแหละค่ะ...
ตัดภาพมาที่อะไรเจริญตาหน่อยดีกว่า...
น้องแมวที่บ้าน น่าร๊ากมั่กมั่ก >//<
(สรุปได้ว่ามันไม่มีชื่อค่ะ...หรือถึงมีชื่อก็ไม่มีใครเรียก =_=" เรียกแต่เจ้าเหมียว~)
ของชอบคือ กระเป๋า ถุงพลาสติก (ต้องเข้าไปค้น) และรองเท้า...อย่างที่เห็นในรูป...
ทำไมใครๆก็รักฤดูใบไม้ผลิ...คิดว่าตอนนี้พอจะรู้คำตอบค่ะ
มันให้ความรู้สึกถึงความสวยงามแห่งชีวิตจริงๆ
(ดอกไม้นะนั้น ไม่ใช่เกล็ดหิมะ)
หลังจากหน้าหนาวอันโหดร้าย การได้โยนเสื้อโค้ตทิ้งถือเป็นความสุขสุดๆ
น้องเหมียวในทุ่งหญ้า >_<
เป็นทางผ่านกลับบ้านทุกวัน แมวนั้นไม่ใช่แมวเรานะ
คิดอยู่นานแล้วว่ากรอบแบบ "หนังสือ" นี่จะเอาไปใส่กับอะไร...ได้ลองแล้ว...
เหมือนหนังสือสารคดีสัตว์โลกดีแหะ
ตอนนี้บ้านอยู่ใกล้โรงเรียนมาก เลยได้เดินไป T_T
ต้องเดินไต่เขาทุกวันเลย ไปชมภาพตัวอย่างเคอะ...
มีทางเลือกให้ไปหลายทาง อาจจะไปตามตรอกแคบๆนี้...
ช่องบันไดที่โค้งอย่างมีศิลป์ แล้วก็มีพวกวัยรุ่นมาเพิ่มความศิลป์ให้สมบูรณ์แบบ...
ไต่ไปให้สุดนั้นก็ซำแฮ่กแล้วเด้อ
แต่โรงเรียนเรามันยังอีกไกลนัก T_T
ไต่ขึ้นไปอีก! หรือจะเลือกเดินทางลาดก็ได้นะ (จะได้ผ่านไปดูน้องเหมียวกลางทุ่งหญ้า >_<)
บ้านเมืองบนเขา ก็เหนื่อยเราสิงานนี้
จะเป็นบันไดแบบสลับซัปเปอร์ซอล (ห๊ะ?) เราก็มี
หยุดพักแก้เหนื่อยนิด แฮ่กๆ
แต่ดูนาฬิกา...เอ่อ คงไม่ได้พักแล้วแหละ T_T พรุ่งนี้ต้องตื่นเร็วขึ้นซะแล้ว~
(ตอนถ่ายไม่ใช่วันไปเรียนจ่ะ วันไปเรียนนะไม่มีเวลาชื่นชมความงามเลยจริงๆ ^^")
สวยใช่ไหมล่า โฮะๆๆ
เฮ้อ คุณเจ้าของบล็อคนี่จะเห็นหน้ากี่ทีก็ยังโหดไม่เปลี่ยนนะเคอะ
บรรยากาศงามๆข้างหลังไปซะหมดเลย (แถมดูมันเลือกกรอบ)
ใครว่าเซียโหด~ วันนี้ออกจะสวยสาวแล้วนะ พอดีรูปนี้ถ่ายไม่ดี ดูรูปล่างสิจ๊ะ ^^
ฮี่ๆ เปลี่ยนกรอบเพื่อความเจริญจิตด้วย กลัวไม่วิ๊ง ฮะๆ
(ผูกผมสองข้างแหละ น่ารักชิมิ ^^)
เอาละขั้นรายการด้วย Tag ซะหน่อย เพราะเดี๋ยวไปเที่ยว กว่าจะกลับ
ก็เลยอัพๆ Tag ไปเลยแล้วกัน บล็อควันนี้ก็ยาวหน่อยนะเคอะ ^^"
Tag บัดซบ...เป็นแท็กที่สร้างสรรค์จริงๆให้ดิ้นตาย =_="
ถือว่ามาระบายคลายเคลียด (ให้คนเขียน) กันซักนิดเนาะ
1. ชื่อจริงของคุณคืออะไร และเคยโดนแปลงจนเพี้ยนที่สุดว่าอะไร
ชื่อจริงคือ ณิชนันทน์ ก็เรียกกันไป นิดนัน นัทชนิน
ล่าสุด ก็คุณโรตารี่นี่ล่ะคะตัวดี เรียกเพี้ยนไม่เท่าไหร่ เข้าใจว่าออกเสียงลำบาก
แต่เล่นพิมพ์ผิดจาก Nitchanun เป็น Nutchanu นี่มันก็...นะ
2. ฉายาหรือชื่อที่แย่ที่สุดที่เคยโดนเรียก
ตันรูตูด =_=" อุบาทพอไหม (พอดีนามสกุลขึ้นต้นด้วย ตัน)
อย่าให้เล่าเลย เรื่องมันเศร้า T_T ชีวิตรันทดของเด็กประถม
3. วันที่ท่านคิดว่าบัดซบที่สุดในรอบปี
อา ถ้าปีนี้...อืม...มีวันหนึ่ง มีเวลาตอนพักเที่ยงมากมาย ก็ลงไปเดินเล่น
ขากลับรถเมล์ไม่มาซักที เลยต้องกระเสือกกระสนไต่เขากลับขึ้นมา อย่างเร่งรีบและเหนื่อยล้า
มายืนรอหน้าห้องตามปกติ แต่ด้วยสภาพโรงเรียนเงียบอย่างประหลาด ...
ซักพักอ.โผล่มาบอกว่าวันนี้เขามีสอบกันเลยไม่มีเรียน =_=
ด้วยมันเป็นโรงเรียนคนละส่วนกัน อะฮั้นเลยไม่รู้เรื่องว่ามีสอบ
แถมเจออ.ตอนเช้าก็ดันลืมบอก ตอนผ่านเข้าโรงเรียนก็ทักอ.ที่นั่งอยู่ ก็ไม่มีจะบอก...ขอบคุณค่ะ...
4. เพื่อนที่ท่านคิดว่าบัดซบที่สุด
ไม่มีว่ะ ถ้ามันเป็นเพื่อนฉันนี่ก็ประเสริฐสุดๆแล้ว ที่ยังทนคบกันอยู่ได้ ^^
ถ้าไม่งั้นก็ไม่ใช่เพื่อนฉัน
5. คำพูดที่ทำให้ตัวเองดูบัดซบที่สุด
เอิ่ม...พูดตรงๆเลยนะ...ตอนนี้ติดคำอุทานว่า shit...
แล้วอุทานแบบ...ตลอดเวลา ทุกที่ทุกสถานการณ์...
บัดซบพอไหมเคอะ
6. ของติดตัวที่ดูบัดซบที่สุด
อืม...ตอนนี้มือถือก็ใหม่แล้ว ของอะไรๆก็ยังดูดีอยู่ ไม่มีของสถุลๆติดตัวเลยแหะ...
ติดก็แต่...ทำไมมือถือที่แม่ให้มาถึงมีเบอร์เพื่อนที่ไทยติดมาด้วย...
เห็นแล้วมันหงุดหงิดโว้ย! มีแต่เพื่อนที่เคยโทรหากันตลอด แต่ตอนนี้มันโทรไม่ได้!!!
บัดซบบบบบบบบบบบบบ!!!
7. สถานที่ช็อปปิ้งที่คิดว่าบัดซบที่สุด
อ่า ที่ไหนดีล่ะ...
ที่เดินๆแล้วไม่ประทับใจก็แถวประตูน้ำแหละมั้ง
แต่ละร้านคนขายท่าทางขับไล่ลูกค้ามากๆ + เจอร้านแย่ๆด้วย
8. คนที่บัดซบที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
ไอ้พวกผีเจาะปากมาพูดที่อยู่แถวๆเนี่ย =_="
9. สิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกบัดซบที่สุด
นิสัยแกะเกาเนี่ย =_= อย่างปากแห้งๆ สะเก็ดแผล
มือมันไปเองอ่ะ รู้ตัวก็ตอนเลือดออกแล้ว ^^"
มีกระทั่งตื่นมาเป็นเลือดก็บ่อยไป (มันละเมอแกะแผลอ่ะพี่น้องคับ T_T)
10. ร้านอาหารที่กินแล้วรู้สึกบัดซบที่สุด
ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ หรือก๋วยเตี๋ยวเป็ดซักอย่าง ที่พ่อชอบไปกินจั๊งจัง
ไปทีไหร อีเซียก็ได้รอยยุงกัดมาเต็มตัวไปหมด
แถมร้านแกก็สามารถมองเห็นจิ้งจกได้กลาดเกลื่อน (เด็กน้อยกลัวจิ้งจก)
ร้านก็เปิดกลางคืน อยู่ในซอยมืดๆหลังวัด มีหมาด้วย (เด็กน้อยกลัวหมาและกลัวผี)
เด็กน้อยไม่ชอบกินเป็ด แล้วก็ชอบกินไก่ที่ไม่ได้อยู่ในก๋วยเตี๋ยวและไม่ต้องกินด้วยตะเกียบ
บวก เด็กน้อยยังคิดเสมอว่าก๋วยเตี๋ยวร้านนี้เส้นแข็งเป็นบ้าเลย
...บัดซบพอไหม...
11. สิ่งบัดซบที่ทำจนติดเป็นนิสัย
คำพูดคำจา ที่ชาตินี้ทำใจแล้วว่า...แก้ไม่ทันแล้วล่ะ...
แค่พยายามคุมให้เป็นที่เป็นเวลานิดส์นึง (เยอะๆก็จะดีมาก)
แล้วก็นิสัยแกะเกาที่กล่าวไปแล้ว T_T
12. เรื่องที่บัดซบที่สุดในชีวิตของท่านคืออะไร
โห...เกือบ 17 ปีที่ผ่านมาเนี่ยนะ...อืม...ตัวเลือกมันเยอะอ่ะ =_="
เอาเป็นว่าที่โดนเพื่อนแกล้งเพื่อนล้อตั้งกะ ป.3 ยัน ป.6
ไปจนถึงมีปัญหากับเพื่อนมากมายช่วงสามปีตอนม.ต้น
บัดซบพอม้ายยยยย~
(แต่ตั้งแต่เข้าม.ปลายมาก็มีความสุขดีมาตลอดนะเคอะ ^^)
13. ท่านรู้สึกอย่างไรต่อคนที่มอบแทคนี้ให้ท่าน
กะแล้วว่าเอ็งต้องส่งมา =_= แถบไม่เคยรอดอ่ะฉัน
แบบว่า...ไม่อยากอ่านคำตอบของเจ๊ข้อสุดท้ายเลยโว้ย~
บัดโซ้บบบบบบบ
14. แล้วท่านจะแทคนี้ต่อไปให้ใคร
อืม...ส่งให้คนไม่ยอมอัพบล็อคทั้งหลาย
เฮียจ็อบ...เดี๋ยวนี้เงียบหายไปเลยจริงๆ
แก๊บบี้...ปิดเทอมแล้วนิ (ถึงจะต้องเรียนพิเศษก็เหอะ) อัพหน่อยเซ่ อัพหน่อย~
วันนี้อากาศ 20 องศา! แต่งตัวออกไปเดินเล่นอย่างด่วน
ติดนิสัยคนแถวนี้มาแล้ว เห็นวันแดดสดใส เป็นอันต้องออกไปเดินเล่น ฮะๆ
เดินข้ามแม่น้ำโรน
ปั่นจักรยานเรียบริมฝั่งน้ำก็น่าสน
แต่เป้าหมายของเราคือที่นี่ Parc de tete d'or (สวนหัวทอง...แปลตรงไปไหม =_=)
ที่คราวก่อนเคยลงรูปรับฤดูใบไม้ร่วงไปแล้ว (หน้าหนาวไม่ได้ไป หนาวเกิน)
กลับมาอีกครั้งกับความสดใสที่ทำให้ใจสดชื่น
สวนแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งมานอนเล่น อ่านหนังสือไปอาบแดดไป
ตั้งวงปิคนิคกันก็ไม่เลว หยิบไม้แบตหยิบบอลมาเล่นกันก็เข้าท่า
กับดอกไม้ที่เอามาลงใหม่ สีสันสดสวย
หรือเจ้าดอกไม้เล็กๆที่ขึ้นพรึ๋บพรับท่ามกลางพื้นหญ้าเขียวชะอุ่มนุ่มเท้า (?)
ทะเลสาปเล็กๆ ที่ให้คนไปถีบเรือเล่นแข่งกับเป็ดกับห่าน
(อะไรจะบรรยายให้บรรยากาศได้โรแมนติกขนาดนี้)
ต้นไม้โน้มอ่อนเอื้อมหาความสดชื่นจากผืนน้ำ
แม้จะมีคนมหาศาล แต่ด้วยความใหญ่โตที่ทำให้เราต้องเดินจนน่องบวมเล็บเท้าแตก
ทำให้มีสถานที่เงียบสงบเสงี่ยมเวียงวังเวงจับจิต (ห๊ะ?) สำหรับท่านเสมอ
สภาพหลังฤดูหนาวหมาดๆ ต้นไม้ยังใบไม่ดกหนานัก
ที่เสียก็คือ...เพราะมาคนเดียวไง...
อุตส่าห์มีสถานที่ที่เหมาะจะถ่ายรูปเล่นขนาดนี้แล้ว! ดันมาคนเดียว แล้วจะถ่ายใคร =_=
ไว้เอารูปคนมาแปะเอาละกัน (ใครจะเอาไปทำก็เชิญนะ แล้วเอามาให้ดูด้วย เหอๆ)
ดูสิ มันเป็นที่ไพรเวทคอสสุดสวยหรูมากๆ...เดินไปก็นึกภาพไป
ถ้ามีชุดอลิสละก็แจ่มแน่ๆ
จุดเดิมๆที่เคยถ่ายมาแล้ว แต่เห็นกี่ทีก็ยังสวย และยังถ่ายอีก เหอๆ
นึกภาพสาวน้อยผมทองกระโปรงฟ้ายืนหันหลังอยู่บนพื้นหินนั้นสิ...
อ้า นี่เราบ้าอลิสกะเข้าตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...เข้าบล็อคพี่เนมากก็งี้แหละ
ต้นไม้ดอกไม้ยังขึ้นกันไม่เต็มที่ ไว้คราวหน้ามาอีก (หาตากล้องมาด้วย)
เป็นสถานที่ที่มีคู่รักมหาศาลจริงๆ ทั้งหนุ่มสาวหรือแก่เฒ่า
เดินจูงมือกันไป นั่งพักกลางหมู่แมกไม้ มองเป็ดถลาเล่นน้ำกันไป
หรือปั่นจักรยานไปด้วยกัน นอนกลิ้งเล่นรับแดดบนพื้นหญ้า
โอ้ย มากมาย เกลื่อนกลาด
ทางเดินเดี่ยวเปล่าเปลี่ยวเหงา
(วันนี้เป็นอะไรเนี่ย เขียนพยายามเล่นคำจัง...แต่ไม่ได้ศัพท์เอาซะเลย =_=)
อยากจะใส่กิโมโนไปยืน...
อยากมีแฟนเป็นตากล้อง! (ห๊ะ? ไม่เกี่ยวนะรู้สึก)
มุมนี้ก็เวิร์คมากๆเลย แต่ยังไงก็ถ่ายเองไม่ได้ T_T
ถึงจะเอาแฟนที่ถ่ายรูปเป็นไง~ (ก็ยังไม่เกี่ยวอยู่ดีนั้นแหละ =_= ทำไมต้องแฟนฟระ)
เสื่อมมาก ถ่ายมาสามรูป ท่าเดียวกันซะงั้น (ไม่ได้รู้ตัวจนมาเปิดดูที่บ้าน)
ชอบดอกไม้สีขาวจัง ^^
ที่เห็นนั้นคือขอบสะพาน...อาร์ตได้อีกจริงๆ
ทางเดินขนานเคียงข้างรางรถไฟ
มีอะไรมากมายที่คราวก่อนไม่ได้เห็น เช่นนี้ไง ลานแข่งจักรยาน
เรือนกระจก! ถามจริง ครั้งที่แล้วทำไมไม่เห็นกันนี่! เดินมาไม่ถึง?
ก็เข้าไปดูนิดๆหน่อยๆ ปกติแถวบ้านมีแต่เรือนปลูกเห็ด
บัววิกตอเรีย เข้าไปแล้วแบบว่า...โอ้ว ฉันได้กลับบ้านแล้ว!
เป็นความร้อนชื้นที่ไม่ได้เจอมานานแสนนาน คิดถึงจัง (ห๊ะ...)
ประตูก็เปิดอยู่แท้ๆ แค่ก้าวเข้าก้าวออกก้าวเดียวนี่แหละ ต่างกันลิบเลย
พืชแบบทะเลทราย
ไหนๆก็รับฤดูใบไม้ผลิ มาดูดอกไม้งามๆกันหน่อย
ต้นไม้สีขาว~ จ๋วยจัง
กรอบนี่มีประโยชน์ดีนะ อะไรเล็กๆน้อยๆที่มันหลุดเข้ามาก็ตัดทิ้งได้
ไม่ต้องเสียเวลาเปิด photoshop แล้ว วะฮะฮ่า
(อะไรๆก็บอกเข้าหมดเนาะ =_= เก็บไว้ให้คนเขาคิดว่าถ่ายเทพบ้างก็ได้)
ดอกไม้กับนกน้อย
คือพยายามถ่ายทิวลิป แล้วเลยไปเห็นคนเล่นบอลกันข้างหลัง...
ฝีมือยังต้องฝึกอีกมากคับ T_T
จัดมาโทนนี้สวยดีนะ เป็นสีครีม ชมพู แล้วก็แดงเข็ม
นอกจากดอกไม้ ก็ยังมีสัตว์โลกที่คราวก่อนไม่ได้เห็นอีกมาก
บางส่วนเพราะเดินมาไม่ถึง บางส่วนคราวก่อนมีแต่กรงเปล่า อาจเพราะสภาพอากาศ
นกแบบว่าเผือกพันธ์เดียวกับนกกระจอกเทศ นกอีมู แถกๆนั้น
...แต่มันชื่ออะไรนั้น...พอดีเราหาป้ายไม่เจอ ^^"
ตัวมีเขานั้นก็...อืม...ตัวอะไรกันนะ...
เท่าที่จำได้เพิ่งเคยเห็นกวางดาวมีเขา! ตอนแรกเห็นกวางดาวมากมาย ไม่คิดจะถ่าย
แต่มันมีเขา! กวางมีเขา! (กวางมีเขามันแปลกมากหรอวะ =_=)
นกตัวขาวนั้นตัวใหญ่ช็อคโลกมาก ข้างๆนั้นนกหัวขน
เอิ่ม คือ...หัวมันมีขนๆสีน้ำตาลอ่อนเห็นป่ะ สวยดี
มันเป็นรัง หรือมันเป็นพืชน้ำผู้น่าสงสารที่โดนนกน้ำย้ำเหยียบกันหนอ...
มีปลาคราฟซะด้วย อะโห~ แล้วก็อาหารนกอีกนิดหน่อย (ห๊ะ! =_=" ปลาเลี้ยงมั้งเธอ)
ยังมีอีกมากที่ไม่ได้ถ่ายมา เพราะเชื่อว่าทุกคนเคยเห็นช้าง เต่า จระเข้ เสือดาว และ ยีราฟ กันมาแล้ว
บวก แบตหมด...อีกแล้วหรอ!
ฮะๆ ก็แหงสิ วันนี้เรามาเดินเล่นเพื่อเผาแบตกล้องให้หมดนิ ไม่หมดก็แย่สิเคอะ
รู้ว่าบล็อคยาวม๊ากมากแล้ว แต่มีเรื่องจะพูดอีก
เคยบ่นไปแล้วยังนะ ว่าต้องปั่นงานเขียนสองหน้าส่งโรตารี่
เพิ่งรู้ว่าเข้าประกวดจัดอันดับกันด้วยว่ะ -[]-! รู้ก่อนหน้าวันประกาสสองสามวัน
ผลหรอ...ได้ที่ 13 คะ วะฮะฮ่า! (จาก 17)
คติข้า ถ้าไม่ได้ 1-5 ก็ขอเลขสวยไว้ก่อนเว้ย!
คราวก่อนด้วยคตินี้ เราถูกหวยมาแล้ว งวดนี้ใครจะลองซื้อเลข 13 ดูไหม?
หรือจะเอาเลขอายุเซียก็ได้นะ วันเกิดเซียวันหวยออกพอดี ^_^
(หมายเหตุ การพนันไม่ดีต่อสุขภาพทางการเงิน)
ของรางวัลดังนี้...หนังสือหนึ่งเล่ม...เอิ่ม หนังสือภาษาฝรั่งเศสหนาเกือบสามร้อยหน้า =_="
จะอ่านได้รอดไหมเนี่ย
...กด 1 อย่างเซียทำได้น่า...กด 2 น้ำหน้าอย่างนี้หรือจะอ่านจนจบ ชาตินี้ก็อย่างหวัง
me/ ตู๊ด...2...
ปากกาสองด้ามพร้อมตาสัญลักษณ์สปอนเซอร์
นิตยสารอะไรซักอย่างหนึ่งเล่มบางเชียบ
และใบประกาศพร้อมรายละเอียดงานวันมอบรางวัล และรายชื่อทั้งหมด
พร้อมพิมพ์ชื่ออีเซียเป็น Nutchanu แจกให้คนทั้งงานไปเรียบร้อย...ขอบคุณมากค่ะ...
จากเหตุการ์ณครั้งนี้ (หมายถึงที่เขี่ยงานส่ง ไม่ใช่ที่ชื่อเราเขียนยากเกินไปสำหรับคนฝรั่งเศส)
ทำให้สรุปได้แน่ชัดแล้วว่า...อย่างเอ็งเป็นนักเขียนไม่ได้หรอกวะ...
เป็นได้แค่คนชอบเขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อยในบางอารมณ์เท่านั้นแหละ
เขาอ่านของคนที่ได้ที่หนึ่งที่สองให้ฟัง...อึ่ง อย่างแรง
คิดว่าที่เราได้ที่ 13 นี่เหมาะสมที่สุด เพราะเขี่ยๆไปแบบ ให้มันจบเรื่องจบราวไป
อ้างแต่ว่า ก็มันเป็นภาษาฝรั่งเศสนี่หว่า ความรู้เรามีแค่เท่าเด็กป.2
แต่เพื่อนคนที่ได้ที่สอง (พอดีชอบมากกว่าที่หนึ่ง พล็อตน่ารักมาก เรื่องร้านขนมวิเศษ)
เขาก็ใช่แค่คำศัพท์ง่ายๆ เพราะความรู้เขาก็ไม่ต่างกับเราเท่าไหร่ แต่เขาก็ทำออกมาได้ดีมากๆ...
ไอ้เซียเวลาคิดอะไรดีๆได้ ก็เขียนออกมาได้ดีพอสมควรนะ แต่ลองมันคิดไม่ออกละก็ ดองข้ามปีเลย
พอเป็นงานที่"ต้องส่ง" ก็เป็นแบบนี้...ก็แค่เขี่ยๆไป ให้มันจบๆ...
แล้วก็มีความเครียดเล็กๆที่ก่อเกิด เพราะโดนหลายๆคนถามในช่วงเวลาใกล้ๆกันว่า
"โตขึ้นจะทำอะไร"
...นี่เรากลายเป็นคนโลเล ไร้อนาคตตั้งแต่เมื่อไหร่วะ...ไม่ทันสังเกตเลย...
หงุดหงิด สับสน กระวนกระวาย อยู่หลายวัน (เอ่อ ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก =_= แค่หงุดหงิดตัวเองนิดหน่อย)
จนผ่านไปเจอบล็อคนี้เขา เลยเพิ่งนึกอะไรๆได้ขึ้นมา...
http://cherrykids.exteen.com/20080403/entry/page/1#lastcomment
ขอก็อบหัวข้อใหญ่ๆมานะคะ...
วิธีตัดสินใจเลือกคณะ...ของคนที่ยังไม่สามารถตัดสินใจ
(คือเน้นที่คนหาอนาคตตัวเองไม่เจอ อย่างไอ้เซียเป็นต้น)
1. เราต้องดูก่อนว่า ครอบครัวของเรามีพื้นฐานมาทางด้านอะไร
(พูดง่ายๆก็สืบทอดกิจการครอบครัวไปนั้นแหละ)
2. ในกรณีที่ไม่ชอบอาชีพที่ครอบครัวมีพื้นฐาน ก็ให้ดูว่า คณะไหน...อาชีพอะไร ที่เราคิดว่า เราจะอยู่กับมันได้นานที่สุด
3. ต้องดูอาชีพที่จะสามารถทำเงินให้เราได้ดีในระดับหนึ่ง
(ยุคเงินครองโลกนี่หว่า ทำไงได้)
4. ถ้ายังคิดอะไรไม่ออก...พ่อแม่บอกให้เข้าคณะอะไรก็เข้าคณะนั้นแหละ
(ดูด้วยว่า พ่อแม่มีเหตุผลที่ดี พ่อแม่ก็เป็นคน อาจมีผิดพลั้งเผลอพลาญ
อาจหลงค่านิยมลูกต้องเข้าจุฬา ไรงี้
แต่พ่อแม่ก็อาบน้ำร้อนมาก่อนเรา
ผ่านการเอ็นท์ การเลือกคณะ ต่างๆนาๆมาแล้ว)
เหมือนเคยคิดได้ทีหนึ่ง แต่ดื้อจนลืมไปแล้ว รู้สึกดีที่กลับมาคิดได้อีกครั้ง ^^
ชอบคิดแต่ทำไมพ่อแม่ไม่เข้าใจวะ! อยากเข้าอักษรมันผิดตรงไหน!
...แล้วทำไมเอ็งไม่เข้าใจพ่อแม่ตัวเองมั้งวะ...
ถึงจะบอกว่าอนาคตเป็นของเรา เราจะขีดทางไปเอง
แต่ชีวิตไม่เคยเป็นของเราคนเดียวหรอก
ถ้าเราล้มหัวทิ่ม ไม่คิดว่าจะมีคนอื่นในโลกนี้ร่วมเจ็บปวดไปกับเราด้วยเลยหรอ...
(Ok ถ้าหมายถึงล้มหัวทิ่มจริงๆ คนอื่นมันคงไม่เจ็บหรอก หัวเราะเยาะด้วยซ้ำ
แต่ในที่นี้หมายถึงประสบความล้มเหลวในชีวิตอ่ะนะ)
ไอ้เราชอบพูดแต่ว่า อักษรไม่ดีตรงไหน! ...แล้วนิเทศน์ที่แม่เลือกไม่ดีตรงไหน...
(ส่วนบัญชีที่แม่ก็เลือก อันนั้นตัดไปค่ะ อย่า อย่าไปพูดถึงมันอีก ถ้าให้ร่ายว่าไม่ดีตรงไหนนี่มียาว)
ชีวิตนี้อยากทำอะไร...ชอบอะไร...
นึกอาชีพที่ตัวเองจะทำไม่ออกแหะ ความชอบเราก็มีแต่เรื่องเรื่อยเปื่อย ไม่เคยทุ่มทำอะไรจริงจังกะเขา
ถ้าจะบอก คงตอบว่าอยากทำงานเกี่ยวกับหนังสือ...
ไม่รู้สิ อะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับหนังสือ...มันมีตำแหน่งอะไรบ้างอ่ะ เราก็ไม่ได้มีข้อมูลอะไรเล๊ย~
ถ้าให้ดีอยากเปิดร้านหนังสือ จะร้านเช่าก็ได้...แต่มันไม่ง่ายนี่เนอะ...
จบไปสมัครเป็นพนักงานซีเอ็ดดีกว่า
ปล.ถ้ามันยาวเกินไปจนเม้นไม่ถูกละก็...เรื่องที่เราอยากให้คุณเม้นต์มีดังนี้... (เอางี้เลยหรอ -[]-)
วันที่ 16 วันเกิดเซีย (ย้ำจังวุ้ย กลัวใครไม่รู้ =_=")
รูปโหลดเร็วป่ะ อันนี้อยากรู้มาก ถ้าไม่จะได้เลิกทำการย่ออะไรมากมาย เสียเวลา
เรื่องเกี่ยวกับมหาลัยคิดเห็นไงกันบ้างล่ะ
อื่นๆก็เม้นต์กันตามสะดวกนะคร้า~

ไปนิดนึง กร๊ากกกกกกกกกกกก
16 วันเกิดรึจ้า 25 นี้ก็วันเกิดเค้าเหมือนกัน
จับมือๆๆ ดันเกิดในหน้าร้อน
ถ้าประเทศไทยมีฤดูใบไม้ผลิก็ดีเน้อ
#1 By อิ๊ทจังจอมหื่น on 2008-04-06 21:26