อะไรยังไงในฝรั่งเศส
posted on 25 May 2008 16:55 by darkgoldenfish*Edit ซักนิด*
เฮ้ย! ก็ว่าอยู่ว่าชื่อนี้มันมาจากไหนน้า~ นั่งคิดอยู่ตั้งสามวัน
ที่แท้มันชื่อเอนทรี่ "อะไรยังไงในโรงแรม" ของคุณวิชัยนี่หว่า =_="
รู้ตัวแล้วจะเปลี่ยนไหมชื่อเอนทรี่...ม่ายเปลี่ยน...ฮะฮ่า (เลว)
อย่าหาว่าลอกเลยนะคะ เอาเป็นว่าชื่อมันโดนจนติดหัว พอจะคิดชื่อมันก็ออกมาเอง ^^
เอาเป็นว่าเราโฆษณาให้ละกัน ถ้าคุณมีคำถามคาใจต่างๆเกี่ยวกับงานโรงแรม...
http://doggiestyle.exteen.com/
ไปอ่านเคอะ บล็อคคุณพี่เขารับประกันความฮา ได้สาระบ้างเป็นบางโอกาส เหอๆ
อยู่ๆพอเกิดอารมณ์อยากจะเขียนขึ้นมามือมันก็ไปเอง ฮะๆ อ่านกันเลยดีกว่า
1. ฝรั่งต้องพูดอังกฤษ
แน่นอนที่สุด ฝรั่งหัวทอง ต้องพูดอังกฤษได้อยู่แล้ว...ซึ่งผิดอย่างจัง...
หนึ่ง คนแถวนี้หัวไม่ทองมาก ออกน้ำตาลมากกว่า...ไม่เกี่ยว =_=”
จำนวนคนที่พูดอังกฤษได้ ก็น่าจะพอๆกับคนไทย
สำเนียงอาจไม่แย่แบบคนไทย แต่ก็แย่ในแบบของเขาเอง
เช่นออกเสียงตัว H ไม่ได้...
Hongkong เขาออกเสียงเป็น อองกง...แล้วจะคุยรู้เรื่องไหมวันนี้
แปลกแต่จริง : ผิดกับที่ไทยที่เรียนกันแต่แกรมม่าเลยพูดไม่ได้
แถวนี้เขาเรียนพูดฟังอ่านเขียนจริงจังมาก ซึ่งสำหรับเราเองที่ความสามารถทางอังกฤษจัดว่าคุยกับคนรู้เรื่อง
แต่เรียนในห้องนี่เกือบตายเหมือนกัน ทั้งๆที่เรียนอังกฤษกันลึกล้ำดี แต่คนก็ยังพูดอังกฤษกันไม่ได้อยู่ดี
หรือเป็นเหมือนคนไทย คือชอบบอกว่าตัวเองพูดไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง
ถ้าลองเปิดใจเปิดหูดูดีๆ มันก็รู้เรื่องเองแหละเว้ยเฮ้ย
2. ฝรั่งไม่ยิ้มแย้มเหมือนคนไทย
ก็ไม่จริงอีก...ข้อนี้พูดยาก จะบอกว่าคนไทยยิ้มแย้มกันทุกคนไหม?
แม่ค้าทำหน้าไล่ลูกค้า เราก็หาพบได้ทั่วไปในเมืองไทย
ที่เห็นทีแรกแล้วประทับใจที่นี่คือ...เขาทักทายคนขับรถเมลด้วย...
ในระแวกตึกที่พัก ไม่ต้องรู้จักกัน แต่ก็ say hi กันนิดหน่อย ยิ้มแย้มให้กันได้
คนแถวนี้ไม่ได้หน้าบูดเป็นตูดหมึกแต่อย่างใด
แต่คนที่เคยมาเมืองไทยก็บอก ที่ไทยอัธยาศัยดี ยิ้มแย้ม น่ารักกว่าแถวนี้เยอะ
เราก็คิดเพียงแค่...หรอวะ...
แต่ถ้าพูดถึงอัธยาศัยแย่มันก็มี แน่ละ พวกเด็กวัยรุ่นเนี่ยตัวดี
อย่างวันแรกที่เข้าไปเรียน ไม่มีใครยอมสบตาด้วยเลยคับ...พยายามหันไปยิ้มให้คนข้างๆแล้วมันหันหนี –[]-!
แต่ส่วนหนึ่งเขาแค่อายแหละ ด้วยเราพูดฝรั่งเศสไม่ได้ เขาพูดอังกฤษไม่ได้ ก็แจ่มเลย...
แต่ก็นั้นแหละ มันก็ไม่เสมอไป เพราะตอนไปเรียนอีกห้องหนึ่ง เราโผล่มาใหม่ ยืนอยู่กับอ.
นักเรียนก็เข้ามาถาม ใครหรอคะอ. แล้วก็เข้ามาพูดมาคุย สนุกสนานดี
เพราะฉะนั้นเรื่องอัธยาศัยคนมันฟันธงไม่ได้หรอกนะ
3. ขนมปังฝรั่งเศส (Baguette)แข็งโคตร
ข้อนี้ถามพี่ที่เคยมาฝรั่งเศสก่อน เขาบอกไม่เห็นแข็งนิ ก็ธรรมดา...พอเรามาเจอกะตัว...
...แถวบ้านพี่กินกรวดหรอคะ ถึงบอกว่าขนมปังนี่ไม่แข็ง...
บาแก๊ต คือขนมปังฝรั่งเศสแท่งยาวๆที่เรารู้จักกัน(ไหม) ส่วนใหญ่จะแข็งป๊อกๆ แบบนั้นแหละอร่อย
บางทีเป็นแบบนิ่มๆ มันจะเหนียวๆ ไม่ใช่ขนมปังที่ดีนะคะ
กินแรกๆก็เมื่อยปาก เจ็บเหงือกกันไป แต่เดี๋ยวก็ชินแหละ
แล้วเขากินเหมือนเรากินข้าวเลย คือกินทุกมื้ออาหาร จะกินสลัด ซุป เสต็ก พาสต้า
ก็จะกินขนมปังควบไปด้วย และส่วนใหญ่ที่เขาทำคือ...ใช้ขนมปังเช็ดจาน...
กินเสร็จซอสอะไรต่างๆในจานจะโดนกวาดล้างด้วยขนมปัง จานจะสะอาดราวลิ้นเลีย
เคยลองทำแล้วรู้สึกสยองสยึยมาก ปล่อยให้เป็นหน้าที่เครื่องล้างจานนั้นแหละดีแล้ว =_=”
4. อาหารฝรั่งเศสต้องมีดสอง ส้อมสอง ช้อนหนึ่ง แก้วอีกสาม!
ไม่เสมอไปคับ เฉพาะการกินเลี้ยงอย่างหรู ทำไมต้องมีวางกันเกลื่อนโต๊ะขนาดนั้น จะบอกๆ
อาหารฝรั่งเศส(อย่างหรูหน่อย)ทั่วไปประกอบด้วย
เครื่องดิ่มเรียกน้ำย่อยอย่างพวกเหล้า กินกับกับแกล้มเล็กน้อยเช่นถั่วอบเกลือ
จานแรก มักเป็นสลัดหรือซุป
ตามด้วยจานหลัก
ถ้าแบบฟูลคอร์สสุดไฮโซอาจเป็น อาหารทะเลหนึ่งจาน เนื้ออีกหนึ่งจาน
ตามด้วยผลิตภัณฑ์จากนม คือชีสหรือโยเกริต
ปิดท้ายด้วยของหวาน เป็นอันเสร็จพิธี
เพราะฉะนั้นเขาจะวางส้อมมีดไว้ให้พร้อม เปลี่ยนจาน เปลี่ยนมีด
มีดตัดปลา กับมีดตัดเนื้อ ใช้คนละแบบ มันก็ไม่ได้สับสนงวยงงอะไร แค่หยิบจากนอกสุด
แก้วก็นั้นแหละ อาจจะเริ่มจากเหล้า หรือเด็กๆก็น้ำผลไม้ ต่อด้วยไวน์ขาวหรือแดง
หรือทั้งสองอย่าง ตามจานอาหาร
คุณรู้หรือไม่ : ที่นี่เขาไม่ใช้ส้อมกินของหวานกันนะเอ้อ
5. ฝรั่งนะก็กินชีสเยอะเป็นธรรมดา
แต่ขอบอกว่าที่นี่เขากินเยอะแบบไม่ธรรมดาค่ะ เพราะเป็นของขึ้นชื่อของเขา
คือคุยกับเด็กที่ไปเมกา ก็บ่นๆแบบแถวนี้จะกินชีสไรกันนักหนานะ เขาก็บอกอือ แถวเมกาก็เหมือนกัน
เราก็ถามกลับ แน่ใจนะว่าเหมือน ที่นี่คือกินกันเป็นล่ำเป็นสันมาก เป็นจานหนึ่งที่ต้องกินเลยอ่ะ
กินจานหลักเสร็จ ตัดเนยแข็งมากินกับขนมปัง ...อเมกันยอมแพ้...
ที่นี่มีชีสประมาณสามร้อยกว่าชนิด (โอ้วแม่เจ้า!)
ตอนนี้อยู่มาจะครบปีแล้ว ก็เริ่มกินชีสกับขนมปังได้มั่งเหมือนกัน ฮะๆ แต่กินแต่อย่างอ่อนๆ
ที่จริงเชื่อว่าถ้ากินทุกวัน เราจะอร่อยกับมันได้ และเราจะได้น้ำหนักมาอีกมากด้วย...เลยไม่กิน...
6. ชีสนี่กลิ่นสุดจะทน
ของอย่างนี้มันต้องแล้วแต่คนเนาะ แต่ส่วนตัวเราว่าไม่เท่าไหร่ สู้ทุเรียนแถวบ้านเราไม่ได้ซักนิด
คุณรู้หรือไม่ : อันนี้Mr.Tanti บอกมา หลักฐานอ้างอิงจากไหนไม่ทราบได้
แต่เขาบอกว่าจริงๆแล้วหนูไม่กินชีสนะเอ้อ
7. คนฝรั่งเศสพูดเร็ว
มันเป็นเรื่องที่แล้วแต่คนทั้งนั้นอ่ะ คนไทยพูดเร็วมีเยอะไป
วัยรุ่นเงี่ย ทั่วโลกอ่ะ เวลาวัยรุ่นคุยกัน ด้วยเฉพาะสาวๆนะ คุยกันไฟแล่บ ก็นั้นแหละ
คนฝรั่งเศสที่พูดเร็วแบบ...ห๊ะ อะไรนะ?...กับที่พูดจาชัดเจนมันก็มีด้วยกันทั้งนั้น
8. ภาษาฝรั่งเศสสุดจะเพราะพริ้งโรแมนติก
...ตรงไหนวะ...
อันนี้เป็นความไม่เข้าใจส่วนตัวนะ ใครรู้บอกที
9. ฝรั่งกินข้าวเที่ยงน้อย
อันนี้ความรู้จากการดูหนัง เราอาจเห็นแบบ เขากินแค่แซนวิช ไรงี้ ที่นี่เขาก็กินแค่แซนวิชจริงๆ
...แต่เป็นแซนวิชฝรั่งเศสนะ...
ยังจำบาแก็ตได้ไหมคะ...ขนมปังที่อาจยาวได้เป็นเมตร...นั้นแหละ เขาเอามาทำแซนวิช
แต่แหม ใครจะกินขนมปังยาวเป็นเมตรรวดเดียวเล่า บ้าหรอๆ เขาก็ต้องตัดอยู่แล้ว
...ตัดแล้วเหลือหนึ่งศอก...
นอกจากกินอิ่มดีแล้วยังได้อาการแสบเหงือกกลับมาด้วย
อาหารในโรงอาหารก็มาเป็นเซ็ท ออเดริฟ จานหลัก ชีส และของหวาน มีวางเรียงรายก็เลือกหยิบกันไป
10. เล่นสกีก็ดำได้
จริงๆนะเอ้อ เราคิดถึงสกีก็คิดถึงแต่หิมะ หนาวเหน็บ แต่ในโลกนี้ ยังไงแดดมันก็ร้อนเว้ย
รังษีที่มาเผาผิวเรานี่ก็ไม่หวั่นอากาศหนาวด้วยดิ
แล้ววันฟ้ามืดหิมะลงก็เล่นสกีไม่ได้อีก ก็ต้องเล่นกันวันแดดสดใส
เราจะพบเห็นคนดำจากการเล่นสกีได้ทั่วไปในวันเปิดเรียน (จะสังเกตุได้จากลอยแว่นอันเด่นชัด)
ใครที่คิดว่า แดดเมืองนอกไม่ร้อนหรอก...ได้ดำกลับไปแน่ๆครับ...
11. มาเมืองนอกนี่ขาวกลับไปแน่ๆ
สืบเนื่องจากข้อก่อน ก็คิดถึงตอนก่อนจะมา มีแต่คนบอกว่าโหย ไปแล้วขาวแหงๆ
ที่นี่มันหนาวแต่มันไม่ได้แปลว่าไม่มีแสงอาทิตย์นะ...
ไม่ได้อยู่ทางเหนือ จะได้พระอาทิตย์ตกหายไปเลย มีพระอาทิตย์วันละสามชั่วโมงช่วงฤดูหนาว ไรงี้
แดดที่นี่ก็มีปกติดีคับ แถมวันไม่มีเมฆนี่มันไม่มีเมฆเลยจริงๆ ให้ตายสิจอร์ช!
ที่สำคัญ...ฝรั่งมันเป็นโรครักแดด...
กว่า 90% จะกระโจนเข้าหาแสงตะวัน ราวกับอดอยากมานาน
(ทั้งๆที่ฉันก็เห็นมันมีแดดอยู่ทุกวี่ทุกวัน)
แล้วเพื่อนมันไปเราจะไม่ไปได้หรอ?
...ได้เว้ย...
โทษทีนะยะที่ฉันมันเป็นแวมไพร์กลัวแดด
12. ภาษาฝรั่งเศสยากเหลือแสน
เฮ้ยๆ อันนี้เขียนไปแล้วนิ กลับไปอ่านเอาเอง ก๊าก
http://darkgoldenfish.exteen.com/20071117/entry
มีไรอีกไหม...ส่วนใหญ่มีแต่เรื่องไม่จริงแหะ เหอๆ อยากรู้ไรก็ถามแล้วกันเนอะ วันนี้ยาวและ
ขอจบการรายงานแต่เพียงเท่านี้
สวัสดีค่ะ
แบบ.....ฟังอ.แล้วกุมขมับ เข้าใจเลยว่าเป็นประเทศแบบนี้นี่เอง
ผมเป็นโรคกลัวแดดซะด้วยสิ
เห็นแล้วแสบตา 5555
#1 By KIPPE @ ภัทร on 2008-05-25 18:27