เผามันให้วอด -_-b
posted on 30 May 2008 19:15 by darkgoldenfish*เอนทรี่นี้เป็นภาคสองของ "อะไรยังไงในฝรั่งเศส"*
กลายเป็นการเผาอย่างสนุกสนานไปซะแล้ว ฮะฮ่า
ก็นะเขียนข้อเสียของคนอื่นมันมันส์กว่านิ
คราวก่อนลืมข้อที่สำคัญมากๆไปได้ไงไม่รุ ไปต่อกันเลยแล้วกันเน้อ...
13. เมืองนอก สะอาดสะอ้าน กว่าบ้านเราเป็นไหนๆ
ผิด!!!!!! ผิดโว้ย ผิด ผิด ผิดถนัด ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย
ถ้าใครไปเที่ยวเมืองสุดยอดความโรแมนติก แล้วมัวแต่มองหอไอเฟลเพลินจนไม่ทันสังเกตุก็จะบอกให้ว่า
...ปารีสเป็นเมืองที่ซกมกมาก...
ลียงที่เดี๊ยนอยู่นี่ก็ไม่ต่างเคอะ ก้นบุหรี่ กลาดเกลื่อนทั่วทุกหัวละแหง แม้แต่ฌองเซลิเซ่ก็เหอะ
คนถมน้ำลายลงพื้น พบเห็นได้ทุกวัน อุจจาระสัตว์เลี้ยงสี่ขา ก็พบเห็นได้เรื่อยๆ
ที่สำคัญ... ปกติยืนรอรถเมล์ก็มองอะไรไปเรื่อย ก็จะเห็นว่าบนพื้นมันมีดวงๆเต็มไปหมดเลย
มันดวงไรหว่า...น้ำลายคนเราจะเป็นกรดได้ขนาดนั้นเลยหรอ...
หรือก้นบุหรี่มันมีสารอะไรกัดกร่อนพื้นถนนด้วยหรอ
ผ่านไปนานมาก กว่าเราจะตระหนักว่าไอ้รอยวงกลมสวยงามเล็กๆที่พบได้กลาดเกลื่อนยิ่งกว่าดาวบนฟ้า
...มันคือหมากฝรั่ง!!!...
แม้แต่หมากฝรั่งพี่แกก็บ้วนทิ้งลงพื้นกันหน้าตาเฉย
แล้ววัยรุ่นแถวนี้กว่า 80% ก็เคี้ยวหมากฝรั่งด้วยดิ
(ไม่ได้บอกว่าเขาจะพากันทราม บ้วนลงพื้นกันเป็นวัฒนธรรมหรอกนะ)
ยังไม่พอ ไหนจะพวกสีเสปรย์อีก ที่พี่แกไปฉีดทุกที่จริงๆ
ไม่ว่าจะขอบทางด่วนข้างทางเท้า ป้ายบอกทาง แม้แต่บนไฟแดง!
ต่อให้ปีนหลังคาบ้านขึ้นไปพ้น หรือทนเหม็นข้างห้องน้ำ มันก็ทำหมด
อยากได้ประเทศสะอาดสะอ้าน...ไปสิงคโปรสิคะ...
แต่เขาก็มีคนทำความสะอาดนา (แต่พวกสีเสปร์ยจะทำความสะอาดเฉพาะบางที่อะนะ)
แถวนี้เขากวาดถนนธรรมดาไม่ได้หรือไงนะ ทำความสะอาดที
พี่แกจะเปิดก็อกพลังสูงราวกับน้ำดับเพลิง ฉีดน้ำข้ามถนนเลยอ่ะ
บางทีก็อาศัยแรงดันน้ำอย่างเดียว บางทีก็เปิดให้น้ำไหลท่วมแล้วก็เอาไม้กวาดทางมะพร้าวกวาด แซ่กๆๆ
ล้างห้องน้ำสาธารณะก็ใช้สายฉีดพลังเทอโบ แบบว่าไม่เอามือลงไปแตะกันเลยว่างั้น
แบบไฮโซหน่อยก็มีเป็นรถกวาดถนน ก็ใช้น้ำฉีดอีก ด้านหน้ามีที่กวาดหมุนๆ ประมาณนึกภาพเครื่องล้างรถ
ประสบการ์ณสดๆร้อนๆ เดินข้ามถนนด้วยทางลอด (แถวนี้ไม่มีสะพานลอยหรอกนะ)
ได้ยินเสียงครืดๆอะไรมาข้างหลัง...รถกวาดถนนวิ่งเข้ามาเคอะ...
คือ ทางเดินนี่มันไม่ใหญ่เลยนะ...แล้วรถก็ไม่เล็กเลยด้วย...
ทำไงล่ะ... จ้ำอย่างเดียวสิเคอะ =[]=” ...
14. ในห้องเรียนเคี้ยวหมากฝรั่งได้ / เด็กฝรั่งกอดจูบกันได้
แล้วแต่โรงเรียนเคอะ แต่โรงเรียนฉันนี่ไม่ได้เลย...จะว่าไม่ได้เลยก็...มันก็แล้วแต่ครูอีก
แต่เรื่องกอดจูบนี่โรงเรียนฉันไม่ได้จริงๆ แต่เพื่อนอีกโรงเรียนบอก อ.แกเชียร์พร้อม =_=”
อืม เขียนเผาฝรั่งเศสนี่มันมันส์จริงๆ ขอยาวไปๆเลยละกัน ฮี่ๆ
เนื่องด้วยมีคนบอกว่า ฝรั่งเศสสุดจะไฮโซดูดีมีสกุล (เคยคิดอย่างนั้นเหมือนกัน)
อ่านนี้เสร็จอาจเหลือแค่อังกฤษที่เป็นผู้ดีสำหรับคุณ วะฮะฮ่า
ข้อควรจำ : เอนทรี่นี่เรานำเสนอด้านมืด ก็ไม่ได้แปลว่าคนแถวนี้เขาจะสถุลกันถ้วนหน้าหรือไรหรอกนะ
คุณรู้หรือไม่...
คนแถวนี้เขาสั่งน้ำมูกกันแบบไม่เกรงใจประชาชาติเลยอ่ะ...
แถวบ้านเราเวลามีน้ำมูกฟืดฟาดทำไง...เอาทิชชู่มาเช็ด ไม่ก็วิ่งไปสั่งในห้องน้ำ
ส่วนตัวเซียนะ ถ้าอยู่ในห้องน้ำสาธารณะ มีคนอื่นอยู่ก็ไม่กล้าสั่งอีก เช็ดๆล้างๆไป
หรืออย่างน้อยคือให้เขาเข้าไปในส้วม ไม่ต้องเห็นตอนเราสั่งอ่ะ =_=
แต่ที่นี่เขาไม่คิดมากค่ะ หยิบทิชชู่มาแล้วก็สั่งฟืดฟาดลั่นห้องเลย
ตอนแรกเราก็แบบ อะไร ทำไมอ.ไม่ว่า...ซักพักช็อคกว่าเดิม...เพราะอ.ก็ดังฟืดแบบนี้เหมือนกัน –[]-!
บางทีพวกผู้ชายสั่งน้ำมูกเสียงดังยังกะเป่าแตร เพื่อนก็จะบอก อี๋ย น่าเกลียด
ไอ้เราอ่ะ...ขอแค่แกมีเสียงจะดังลั่นโลก หรือ จะแค่ระดับได้ยินไปสามโต๊ะ (ระดับสากล (?) )
มันก็น่าเกลียดหมดแหละโว้ย!!!
ปล.แอบเผา ฉันมีเพื่อนคนหนึ่ง เป็นสาวผมบลอน ผิวขาว ตาสีฟ้า สวยมากๆ แต่งตัวก็ดูดีไปหมด
...แต่คุณเธอเรอทีลั่นตึกเรียน... (อันนี้อุบาทจริงๆ คนฝรั่งเศสทั่วไปเขาไม่ทำกัน)
การกิน... คราวก่อนบอกไปแล้ว เรื่องเอาขนมปังเช็ดจานเนี่ย
คือจานนะใสวิ๊ง แต่ไอ้ขนมปังที่คุณเธอเอาเข้าปาก มันช่างดูน่าสะอิดสะเอียนมักๆ
ยังมีอีก ตอนเช้าเขามักจะกินกาแฟ หรือชา โกโก้ อะไรก็ตาม จะมาเป็นชามค่ะ ยกชามซด
...ขีดภาพผู้ดีลดไปนิดส์นึง...
ขนมปังทาเนย โป๊ะด้วยแยมอีกชั้น
...แล้วก็จุ่มกาแฟให้พอแหยะๆหยึยๆ...ส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างมีความสุข
วันนั้นอ.เคยพูดถึงผู้ดีอังกฤษ เขาบอกเขาเคยไปอยู่อังกฤษ แล้วก็กินอย่างเงี่ย เอาขนมปังจุ่ม
คนอังกฤษรับไม่ได้อย่างแรง เพราะแบบมันจะมีเศษๆลอยอยู่ในน้ำ
ทุกคนก็โห่ฮาแบบ โอ้ย คนอังกฤษเอ๊ย
...ไม่อยากแสดงตัวว่าฮะเดี๊ยนก็ขยะแขยงเหมือนกัน...
บนโต๊ะอาหาร คุณจะพบเห็นได้เสมอ คือผ้าเช็ดปาก
ไม่ใช่แค่ตามโรงแรม หรือร้านหรู...บ้านทั่วไปเขาก็ใช้กัน...
ประเด็นคือ มันเป็นผ้า...ใช้เช็ดปาก...เช็ดเสร็จ พับ เก็บ วันพรุ่งนี้เอามาเช็ดปากต่อ... =[]=
อาทิตย์สองอาทิตย์จะซักเปลี่ยนซะทีหนึ่ง
ตั้งแต่นั้นมาฉันแถบไม่แตะผ้าเช็ดปากในบ้านอีกเลย
ก็เมืองน้ำหอม~
อันนี้ไม่เคยเจอกะตัว แต่เพื่อนเล่าให้ฟังว่า
โฮสถามว่าทำไมแกอาบน้ำทุกวัน...
0_o” เอ๋อ เลยครับ เจอถามมาแบบนี้ มันก็ถามกลับไปแบบเหงื่อตกว่า แล้วเขาไม่อาบน้ำกันทุกวันหรอ
“โอ๊ย ไม่ต้อง~ ก็ฉีดน้ำหอมเอา”
น่ากลัวมักๆเคอะ แต่ก็นั้นแหละ ด้วยความที่เมืองหนาว เสื้อใส่ซ้ำสามวันก็ยังได้
แต่บ้านโฮสเซียเขาอาบน้ำทุกวันนา~
วันนี้เราไม่ได้ลงรูปเลยหรอเนี่ย! ตายและ น่าตกอกตกใจมาก
กำลังคิดอยู่ว่าจะเขียน "เปิดไดอารี่ หนึ่งปีในฝรั่งเศส" ดีไหม
(คือเขียนแล้วจะมีคนอ่านไหม)
คือเปิดไดอารี่จริงๆ แน่นอนว่าตัดคัดย่อมาเฉพาะส่วนที่น่าสนใจ
(ตัดเรื่องส่วนตัว อย่างแอบกรี๊ดผู้ชายอะไรพวกนี้ออกไป เพื่อรักษาภาพพจน์นิดนึง - -b)
ใครอยากอ่านเม้นต์มาโลด ต่อให้คนอ่านคนเดียวเราก็จะจัดไป วะฮะฮ่า
(ถ้ามันไม่ขี้เกียจเกินซะก่อนนะ วันนั้นขนาดฮึดสุดๆ เขียนได้แค่สองวันเอง =_=")
*มุมโฆษณา*
ถ้าคุณอ่านตั้งกะต้นมาจวบจนถึงจุดนี้ได้ แสดงว่าคุณมีความอดทนในการอ่านใช้ได้ทีเดียว
เพราะฉะนั้นเราขอนำเสนอบล็อคหน้าใหม่ ที่นำบทความดีๆมาลงให้ได้อ่านกัน
เรื่องราวดีๆ จากนักเขียนคนโปรด ที่บรรจงคัดสรรมาแปลด้วยใจรัก<<ไม่รู้จะแปะไง เอาชื่อนี้เลยละกัน
บล็อคของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร...(ใครวะ)...
ฮะๆ แหม ก็พี่เบียร์ คนที่ทำบล็อค wanwan in thai version งาย~ (ก็แล้วมันใครล่ะ...)
ลองไปดูกันนะ บทความเขาดีกว่าของเซีย แถมบางทีสั้นกว่าด้วย ฮะฮ่า
แบบว่าชอบมากๆเลยเรื่องนี้ อ่านตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่องไม่มีเบื่อ เป็นความเรียงที่ดีเรื่องนึงเลย ผมอยากอ่านอะไรแบบนี้แหละ ไม่ชอบมานั่งอ่านว่าหอไอเฟลสูงเท่านั้นเท่านี้ สวยอย่างนั้นอย่างนี้

#1 By theflym on 2008-05-30 19:26