งานฝีมือ กับ แผลเต็มมือ

posted on 11 Jun 2008 00:23 by darkgoldenfish

ขั้นรายการปัดฝุ่นไดเก่าๆ มาอัพเดตเรื่องใหม่ๆบ้าง

(จริงๆที่อัพไดนั้นคือหมดมุขจะอัพบล็อค เลยเอาของเก่ามาขาย - -b)

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ไปฝึกทำ Vitrail ซึ่งก็คืองานกระจก อย่างพวกกระจกสีประดับโบสถ์

ก็นั่งนึกว่าตอนเด็กๆเราเคยทำเพ้นกระจก กับ แกะกระจกมาแล้ว

(แกะกระจกคือ เอากระดาษติดกาววางทับ แล้วก็ตัดออกบางส่วน

จากนั้นก็ใช้น้ำยากัด จะได้กระจกเป็นลวดลาย)

ก็กะว่าคงจะคือๆกันละวะ...ที่ไหนได้...

เปิดรายการมาด้วยการพรีเซ็นต์ฉายไสลด์ ก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ตามไสตล์

มาตั้งแต่ 9 โมง กว่าจะเริ่มงานกันจริงๆก็เกือบเที่ยง

อ.ก็เอาตัวอย่างผลงานที่เราจะทำมาให้ดู อธิบายนิดหน่อย แล้วก็เริ่มลุยงานกันเลย!

ขั้นแรกตีตารางหมากรุกก่อน เป็นที่อเมซิ่งมาก พอวัดดูแล้วตารางหมากรุกเรามันเท่ากันเกือบทุกช่อง!

จากประวัติศาสตร์ชาติไทย ไม่เคยมีบันทึกว่าเซียวางไม้บรรทัดได้ตรงมาก่อน

สกิลเราอัพแล้วสินะ โอ้วเย้ ซึ้งใจ

มองไม่เห็นลายเส้นเลย...เอาเป็นว่านั่งดูวงเวียนไปละกัน เหอๆ

เสร็จเรียบร้อย อ.ก็สอนวิธีตัดกระจก กระจกเราไม่ได้ตัดได้เหมือนกระดาษที่ฉัวะเดียวแยก

เราต้องกรีด จากนั้นก็หยิบมาหักดังเปาะ เวลาลงมีดไปจะมีเสียงกรีดเหมือนฉีกกระดาษ

เราก็ฝึกกรีดเล่นอย่างสนุกสนาน มีอันหนึ่งกรีดแล้วไม่หัก ก็วางไว้ หันไปเอาอันอื่นมาเล่น

ซักพักดันลืม หยิบอันเก่ามา กรีดใหม่ หัก...มันดันไม่หักเส้นใหม่ เส้นเก่าหักก่อน

ผลล่ะ...ก็เจ็บตัวสิคับ T_T ได้มาหนึ่งแผล

แล้วมันดันเป็นแผลที่นิ้วชี้ จุดที่เราต้องใช้ในการหักกระจก

(ก็มันหักตรงนั้น มันก็ต้องบาดตรงนั้นสิ =_=)

ทำให้เจ็บทุกครั้งที่หักกระจก (แล้วมันต้องหักทุกครั้งด้วยดิ)

โคตรเศร้า เล่นไปเล่นมา ทุกคนก็จะสังเกตุถึงหยดเลือดเล็กๆตามนิ้ว...เล่นกะกระจกก็ต้องทำใจละนะ...

จากนั้นอ.ก็สอนการฝน ใช้คีมตะไบๆกระจก เก็บมุม หรือจะตะไบจนเป็นรูปหัวใจก็ได้

แต่เซียทำไม่ได้อย่างแรง =_= ช่างมัน ไม่สำคัญเท่าไหร่

เอาละ ทุกคนกลับไปทำงาน เริ่มจากวัดขนาดดีๆ แล้วตัดชิ้นหนึ่งที่จะใช้เป็นแบบ

จากนั้นก็เอาชิ้นนี้ไปใช้ต่างไม้บรรทัดได้เลย ตัดไปเรื่อยๆอย่างสนุกสนาน

แคว้ก เป๊าะ แคว้ก เป๊าะ

ตัดเป็นเส้นๆแล้วก็เอามันตัดเป็นช่องๆ

สีทองๆตรงกลางคือที่ตัดกระจก

ส่วนที่ตัดเป็นแค่วงล้อเล็กกระจิ๋วหลิวเท่านั้นเอง

แล้วก็พักกันนิดหน่อย....

รับชาหรือกาแฟดีเคอะ

นั้นล่ะ หมดวันแรกไปกับการตัดกระจก ทั้งๆที่งานไม้บรรทัด วัดคำนวน ไม่ใช่เรื่องที่ถนัดอย่างแรง

แต่ก็ยังอุตส่าห์เสร็จเป็นคนแรก เย้ๆ ^^ เราเลยมานั่งถ่ายรูปเล่นอย่างสนุกสนาน

งานของคนอื่นที่ทำๆไว้

ปาสคาว อาจาร์ยสาวสุดเซอของเรา

โฉมหน้าที่ตัดกระจกเต็มๆตา

แล้วก็ยังเล่นไปเรื่อย

ตัดออกมาได้เป็นตารางหมากรุกแล้ว~

สะท้อนกับกระจกสีบนหน้าต่าง สวยชะมัดเลยเนอะ

 

ส่วนวันที่สอง...ลืมเอากล้องไป...ก๊าก

วันที่สองนี้เป็นขั้นตอนการประกอบล้วนๆ เอาแท่งตะกั่วมาถัก - -b

เราไม่ได้กะจะทำ how to อยู่แล้ว บรรยายคร่าวๆว่าเป็นงานที่เหนื่อยยากมาก

ต้องใช้ทั้งค้อน ตะปู มีด ...นี่มันงานช่างชัดๆ =_=

คุณผู้ชายทั้งหลายเลยทำไปฮัมเพลงไปอย่างสนุกสนาน

ทำไมต้องใช้อุปกรณ์ขนาดนั้น...ก็นึกถึงงานถักสาน มันแค่พันเกี่ยวกันใช่มะ

แต่นี่กระจก กับ ตะกั่ว มันจะไปพันเกี่ยวกันได้อย่างไร เอาละ จะพยายามบรรยายนะ

ภาพตัดขวางของเส้นตะกั่วนี้คือ H แปลว่ามีแกน แล้วก็รูตรงกลางให้เราเสียบกระจกเข้าไป

เวลาที่ตะกั่วสองเส้นมาชนกัน...เราไม่ได้จับมันอ้อมขึ้นอ้อมลง...

เราต้องตัด แล้วการตัดก็ไม่ง่ายเหมือนตัดเชือก เอามีดกดซ้ายทีขวาที

แล้วด้วยความที่ต้องตัดชิดกระจกพอดี เราก็จะได้ยินเสียงแคร่กๆ อย่างน่าสยดสยอง =_=

มีอยู่ที่ แคร่กซะกระเด็นเกือบเข้าตา –[]- เป็นคนทำงานแล้วชอบก้มหน้าลงไปชิดก็งี้

แปลกดี นิสัยเหมือนคนสายตาสั้น ทั้งๆที่มองก็ชัดดีแท้ๆ =_=

ก็เอาเป็นว่าตอนตัดตะกัว เราก็ตัดขอบกระจกทิ้งไปเยอะอยู่ แต่ไม่ใช่ปัญหา

เพราะมันจะถูกเส้นตะกั่วบังทับไปอยู่ดี

ถ้ายังนึกภาพตามกันทันอยู่ อาจสังเกตได้ว่ามันคือการวางกระจก วางตะกั่วข้างๆ วางกระจก

มีส่วนที่ยึดกันอยู่แค่ 4 มิล หรือน้อยกว่าเพราะบางทีก็เสียบตะกั่วไม่ค่อยเข้า

คือต้องเอาค้อนทุบปลายเบาๆ ให้มันเสียบเข้าในอีกเส้นไปได้ พอทุบแล้วก็เสียบกับกระจกไม่เข้าอีก...

ทุบเข้าง้างออกอยู่เป็นาน ก็เข้าไปได้แบบพอแตะๆ เราจึงต้องตอกตะปูยึดกระจกไว้

อย่ามางงว่าจะตอกตะปูยึดกระจกได้ไง ไม่ได้ตอกทะลุกระจกอยู่แล้วแน่ล่ะ

ตอกไว้ข้างๆ ให้พอมันไม่ไหลหนีก็พอค่ะพี่น้อง แต่ถึงตอกไว้แล้ว มันก็ไม่ได้แน่นหนาอะไร

ทำไปทำมากลับไปมอง...ตะกั่วหลุดออกมาเกือบเซน ใจหายวาบเลย ดีที่ยังไม่ได้ตัดปลายออก

ก็แค่เขี่ยๆมันกลับเข้าไป กว่าจะเสร็จก็สุดสาหัส

แถมอย่างที่บอก คือเราตัดขอบกระจกกระเด็นออกมาเยอะมาก แล้วมันไปไหน?

จะไปไหนก็กองอยู่บนโต๊ะนั้นแหละ =_= ทำๆไปก็ อ๊าก! เศษกระจกตำ T_T

ทำสำเร็จเสร็จสมบูรณ์ก็มาบัดกรี โอ้ว ตั้งกะเกิดมาเพิ่งได้จับของแบบนี้ ทั้งๆที่ที่บ้านก็มี

เอาเจ้าแท่งเงินๆวาง (มันคืออะไรหนอ...) แล้วก็เอาความร้อนจี้

แตะวิแรกยังแข็งอยู่ ซักพักมันก็กดหวืดลงไปกองเหมือนไอติมละลาย สนุกสนาน

แต่ควันนี่แบบ อะหืม จะฆ่ากันเลยใช่ไหม

พอแกะพวกไม้บรรทัดที่ยึดสี่ด้านไว้ออก โอ้ว เจ้าจอร์ช มันยึดอยู่ได้ ไม่มีตกหล่น

ชื่นชมได้นิดนึง ก็มานั่งรมควันต่อ เพราะต้องยึดด้านหลังด้วย

เช็ดล้างด้วยแองกอฮอล ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ เย้ๆ

แนว~

หน้าตาเต็มๆอย่างจริงๆจัง

มีเรื่องจะเล่า ก็ไปกินข้าวเที่ยงพร้อมกัน อ.พาไปร้านอาหารอินเดีย

เผอิญอ.แกเป็นมังสาวิรัติ ตัวเลือกเลยไม่เยอะเท่าไหร่

พอสั่งเสร็จ เราก็สั่งต่อว่า...ขอแบบเผ็ดแบบจริงๆได้ไหม...

อ.ทำหน้าเหวอใส่หนึ่งที ฮะๆ

คนเสริฟก็ถามว่า มีเผ็ดระดับหนึ่ง สอง สาม เอาอย่างไหนดี

ป๊าดดูแล้วมีมาตรฐาน แต่มันก็แค่ลองใจนั้นแหละ

คือถ้าบอกหนึ่ง...ไอ้นี่ป๊อดก็ไม่ต้องเพิ่มพริกอะไรหรอก

สอง กล้าๆกลัวๆ ก็โอเค ใส่เพิ่มนิดหน่อย

สาม มีเท่าไหร่จัดไป พ่อครัวใส่แบบไม่ต้องยั้ง

สรุปเราก็สั่งแบบสอง

(ปกติเซียไม่ใช่คนกินเผ็ดเลยนะ ถึงบางทีจะกินผัดกระเพราไม่เขี่ยพริกก็เหอะ)

ก็ได้ข้าวแกงกระหรี่รสชาติเผ็ดพอซี้ดซ้าด กำลังแจ่มเลย

ข้าวเป็นข้าวคลุกเครื่องเทศด้วย อร่อยมากๆ

แถมมีกลับมาถามด้วย รสชาติเป็นไง เผ็ดพอไหม

14 euro สำหรับออเดริฟ (ของถอดกับขนมปังอินเดียแผ่นยักษ์) จานหลัก และของหวาน น้ำเปล่าฟรี

ถือว่าไม่แพง บริการก็ดี น่ากลับไปกินอีก ^^ (มีเพลงแขกเปิดตลอดด้วย เหอๆ)

ปิดท้าย...

ลงหน้าชัดๆ (กล้าพูดว่าชัด) ให้พอได้หลอนกันหน่อย

ยังคงเนียนผมสั้นเป็นกิจวัติ วันก่อนตัดออกไปเยอะเหมือนกันแหละ

เพื่อให้เนียนผมสั้นได้อย่างแนบเนียน...ฟังแล้วงงเนาะ...

อาทิตย์สุดท้ายในโรงเรียนแล้ว วู้วๆ ทำอะไรมั่งวันๆ...

ก็วาดรูปเล่น...

ก็นั่งเขียนได...(มันวาดรูปเล่นแม้กระทั่งบนปากกา คิดดูเอาเถิด)

แต่บนโต๊ะนั้นเซียไม่ใช่คนวาดนะ โนว์~

ล่าสุด วันนี้ส่งสมุดให้เพื่อนๆเซ็น ตอนกลับมาอ่านนี่คงยากพอดู ลายมือแต่ละคน =_=

จะมีใครปราณีเขียนอังกฤษมาให้ไหมนะ (แหม ฝรั่งเศสก็พออ่านออก อย่ามาออดอ้อน)

แล้วอ.สังคมใจดีมาก...คือคราวก่อนให้ของที่ระลึกถิ่นไทยไปนิดหน่อย

อ.เลยให้ของที่ระลึกจากฝรั่งเศสกลับมาบ้าง!

เป็นหนังสือรูปลียง เปรียบเทียบ วันนี้กับร้อยปีก่อน เจ๋งอย่างแรงอ่ะ

ที่เจ๋งสุดๆคือ...หลายๆที่หน้าตาเหมือนเดิมเปี๊ยบ...ทั้งที่คงอยู่ และที่บูรณใหม่

ยังไม่พอ หนังสือเน้นรูป ตัวหนังสือไม่เยอะ แถมมีทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสอีก

แถมท้ายด้วยการให้หนังสือเรียนสุดหนักมาหนึ่งเล่ม (เพราะหนังสือที่เราใช้นี่ต้องส่งคืน)

กราบไหว้อ.เลย ฮะๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

web ที่ฝากรูปมันล่มอ่ะเซีย
พรุ่งนี้ค่อยกลับไปดูใหม่ละกัน

แปะไว้ก่อนนะ
ยังไม่ได้อ่าน
ดึกจัด
พรุ่งนี้ต้องไปทำวีซ่าด้วย
เดี๋ยวมาอ่านใหม่

#1 By Wanwan_by_Beer on 2008-06-11 01:58

-*- วาดไปได้น้อบนปากกาเนี่ยย
แต่งานเพ้นกระจกสวยจัง
ชอบๆ ขอบที่ทำก็สวยดีน้ออ

#2 By จารุ... on 2008-06-11 06:38

ฟังวิธีการแล้ว ท่าทางงานกระจกจะไม่ใช่งานถนัดของเราอย่างแรง =_=''

แต่ละอย่างนี้ โอ้ว แค่ฟังก็สยองแล้ว

#3 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-06-11 07:12

อะโหยากกว่าที่คิดเยอะนะเนี่ย (ตอนแรกก็คิดว่าแกะกระจกแบบเซีย เพราะโจก็เคยทำ)...นี่มันงานกรรมกรกิตติมาศักดิ์นี่หว่า!!!!!!!

#4 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-06-11 15:03

อยากลองทำดูบ้างจังเลย งุงิงุงิ

ช่วงนี้อยากมีเวลาว่างเยอะ ๆ จัง เฮ้อ....

#5 By illusionist on 2008-06-11 16:57

งานตัดกระจกน่าสนุกดีนะ เป็นแผ่นโมเสคสวยเชียวน่าเล่นจัง (แต่ท่าทางจะได้แผลอย่างที่เล่ามาอ่ะนะ)

ปล. สารภาพว่าของวันที่สอง ไม่ได้อ่าน เห็นตัวหนังสือล้วนแล้วมึน -*-

#6 By + Lady + LiLiMu + on 2008-06-11 21:31

กระจกออกมาสวยมากค่ะคุณน้อง big smile ชอบๆ แนวดี

#7 By ongki on 2008-06-11 22:34

น่าสนุก
แต่โอกาสพลาดแล้วเจ็บตัวสูงมาก sad smile
เห็นในโบสถ์ใหญ่ๆ แล้วทึ่งในความพยายามจริงๆ big smile

---
http://arthuran.net

#8 By Arthuran on 2008-06-12 03:04

โอย.. ไม่ง่ายเลยนะนั่น ทำกันไปได้อย่างไร งานแบบนี้มีให้เห็นในเมืองไทยเยอะเหมือนกันนะครับ ส่วนใหญ่อยู่ในวัด พวกงานประดับกระจกสี เห็นอย่างนี้แล้วเข้าใจเลยว่า เราควรรักษาศิลป์ไว้ขนาดไหน เพราะมันยากเย็นกว่าจะได้งานดีๆสักชิ้น ยกนิ้วให้ทุกคนที่พยายามทำงานแบบนี้นะครับ ต้องใจรักจริงๆนะครับ ใช่ไหม big smile

#9 By HyPeR MonKeY on 2008-06-12 03:16

เซียเทพมาก
ขนาดปากกายังวาดได้ 555+

ทำกระจกนั้น มันงานฝีมือหรอ
เราว่ามันงานช่างชัดๆ

แต่เซียทำออกมางามแท้ๆ >w<

#10 By MαTsu tђë ßĻ∞ Ð on 2008-06-15 12:57

#11 By (117.47.99.82) on 2008-11-07 16:14

กรี๊ด สุดยอดไปเลยคะ

#12 By 789789 (58.8.146.22) on 2009-09-17 22:12