diary

ถาม...คุณคิดว่าเซียมันจะเขียนไปได้ถึงตอนที่เท่าไหร่...

ช่วงนี้ว่างมากถึงมากที่สุดจริงๆชีวิต

อากาศเริ่มร้อน นอนเปิดหน้าต่าง ผ้าไม่ต้องห่ม

ตอนแรกก็กลัวป่วยอยู่หรอก แต่มันร้อนจริงๆนะ 30 กว่าองศาแล้ว

ไปอ่านไดกันต่อดีกว่าเนอะ

 

2 ตุลา 50

มื้อเย็นมื้อเด็ด ที่ชาตินี้คงจดจำไปจนวันตาย...

มันเป็นอะไรที่หน้าตาเหมือนไส้กรอกอันใหญ่ เกรียมๆดำๆ กับซอสแอปเปิ้ล

พอคุณฌองตัดแบ่งให้เราก็เพิ่งตระหนักว่ามันคือ...ก้อนเลือดหมู...

จอร์ช! เลือดหมูเนี่ยนะ!

ก้อนหนาเกือบเท้าข้อมือยาวเป็นคืบ! กินกับมันฝรั่งบดที่ควรจะอร่อย แต่ดันเย็นชืดซะ T_T

กล้ำกลืนฝืนกินไป ปกติก็พอกินได้นิดๆหน่อยๆในแกงเขียวหวานไรงี้ แต่นี่มัน...

ซักพักเริ่มเลี่ยน สะอิดสะเอียน แถมดูคุณโฮสพากันบดให้มันเละๆอยู่ในจาน

...หน้าตาดูแล้วไม่ต่างจากอาหารที่ผ่านระบบย่อยแล้ว...

 ภาพหลักฐาน

 

3 ตุลา 50

วันนี้คิมมี่ สาวไต้หวัน ชวนทุกคนไปกินข้าว ทำไมจะไม่ไปล่ะจริงไหม เหอๆ

พาไปร้านอาหารเกาหลี ที่มีคนเสริฟเป็นคนจีน เลยหายห่วง (ก็ไปกันมีแต่ต่างด้าว มีคนฝรั่งเศสคนเดียว)

เมนูมาถึง เป็นเมนูภาษาเกาหลีคู่ไปกับฝรั่งเศส...ไนซ์มาก...

ก็ยังดี คณะเรามีคนเกาหลีหนึ่ง

(แต่แถบช่วยไรไม่ได้ เพราะมันพูดอังกฤษไม่ได้ ฝรั่งเศสไม่กระดิก อย่างที่บอก =_=)

แล้วก็คนฝรั่งเศสหนึ่งคน กว่าจะสั่งอาหารกันได้ครบก็เล่นเอาเหนื่อย

ส่วนเราเลือกอาหารโดยขออะไรก็ได้ที่มันเผ็ดๆ เหอๆ ไม่ได้กินเผ็ดมาเป็นเดือนๆแล้วอ่ะ อยากปากๆ

ได้จับตะเกียบแล้วรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด ฮะๆ

นั่งมองฝรั่งพยายามใช้ตะเกียบกินข้าวแล้วก็ฮาดี (เลว...)

ปิดท้ายคิมมี่บอกว่าเลี้ยง...เฮ้ย จริงดิ!(ทำไมเพิ่งบอก จะได้สั่งแพงอีก เฮ้ย ไม่ใช่!)

เขาบอกว่าเนื่องในวันเกิด เลยขอใช้เงินแหลกซักวัน เหอๆ

...อิ่มจังตังอยู่ครบอีกแล้วล่ะ...

 

4 ตุลา 50

อะไรกันนักหนาโว้ย! คาบเลขย้ายที่กันสนุกสนานอีกแล้ว ย้ายไปที่อื่นไม่ว่า นี่แย่งที่นั่งฉันอีก

เลยไปนั่งๆนอนๆอยู่หลังห้องก็ได้วะ สบายใจ

กลับมาบ้านตอนเที่ยง ได้ยินเสียงหมาเห่าแว่วมา...หมาบ้านอื่นมั้ง...

แล้วเราก็ได้เรียนรู้ว่าในโลกใบเล็กๆของเรามีหมาอยู่แค่สองตัว...

มันไปเห่ากันอยู่บนระเบียง ทำให้เสียงมันฟังดูไกลๆ

รำคาญโว้ย! หยุดเห่าซักทีได้ไหม!!!

ส่วนที่อาวิออง ก็จัดวันเกิดย่อมๆให้คิมมี่ โรสมารีย์ซื้อเค้กมา พยายามร้องเพลงวันเกิด

แต่ต่างคนต่างร้องเวอร์ชั่นฝรั่งเศสไม่เป็น =_= เอาเป็นว่ากินเค้กกันดีกว่า - -b

ตกค่ำก็นั่งโหลดโอรังดู ไนซ์จริงๆ

 

5 ตุลา 50

เจอคนไทยแล้ว! เนื่องด้วยพี่เกาหลีเมื่อคราวก่อน (ตอนพิพิธภัณฑ์ศิลปะนะ)

บอกว่าห้องเขามีสาวไทยคนหนึ่ง โอ้ว ได้พูดภาษาไทยแล้วรู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูก

แต่ก็รู้สึกแปลกๆ ปากมันจะออกเป็นอังกฤษซะให้ได้

(อยู่อาวิอองในห้องคุยกันแต่อังกฤษ...เวลาอ.ไม่อยู่อ่ะนะ)

 

6 ตุลา 50

หมอกลง...นอนดูรักบี้อยู่บ้านก็ได้วะ วันนี้ อังกฤษ – ออสเตรเลีย 12-10 เย้~

ได้ข่าวว่าโรสไปเชียร์ทีมชาติตัวเองถึงสนามจริงที่มาร์เซย์ น่าเสียดายหน่อยเนอะที่ออสซี่แพ้

แต่เผอิญว่าฉันเชียร์อังกฤษ ฮ่าๆ (อย่าถามว่าทำไม เพราะไม่รู้เหมือนกัน =_=”)

เย็นๆออกไปดูหนังกับครอบครัวเพื่อนบ้าน (ที่มีลูกชายหน้าตาดีสองคน - -b)

หนังเรื่อง 99F (รู้สึกจะย่อมาจาก ฟรอง ค่าเงินฝรั่งเศสเดิมนะ)

เห็นโฆษณาในหนังสือพิมพ์ก็แอบอยากรู้อยู่ว่ามันเป็นเรื่องอะไร (ตัวเอกแอบหล่อเซอๆ)

 

ปรากฏว่าเป็นหนังแบบที่...น่าจะจับเอาไปใส่ในพิพิธภัณฑ์โมเดิร์นอาร์ตคราวก่อน =_=”

หนังทั้งอาร์ตจัด เข้าใจยาก แถมเป็นฝรั่งเศสล้วน ไม่ซับอีก...เครียด...

เอาเหอะ ดูฟรี คิดไรมาก แถมได้กินป็อบคอร์นฟรีอีก ง่ำๆ มีความสุขและ

เล่านิดนึงก็ได้ จะได้เห็นความอาร์ต

เปิดมาเป็นภาพชายหญิงกอดกันแน่นบนหาดทราย กล้องซูมออกไปเรื่อยๆ

ภาพดูเริ่มเก่า เลือนลาง จนปรากฏว่ามันเป็นภาพโฆษณาแปะอยู่บนตึก

ตอนนี้เป็นคืนที่ฝนพรำ กล้องยังซูมออกมาเรื่อยๆจนเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่ขอบตึก...แล้วเขาก็โดด!...

เรื่องย้อนกลับไป บรรยายชีวิตของชายคนนี้

ส่วนตอนจบก็เป็นชายคนนี้ที่ออกมาโดดตึก

แล้วมันก็ขึ้นว่า ตอนจบแบบที่สอง...

กลายเป็นว่าไอ้เรื่องบัดซบต่างๆที่ทำให้มันต้องโดดตึกนั้นเป็นแค่ฝันไป ตัวเขาเองรอดจากวิกฤติมาได้

เขาก็ไปทำเรื่องสุดเหวี่ยง แล้วก็หนีออกนอกประเทศ ไปอยู่เกาะ เวลาผ่านไปหลายนาน

เมียก็อุ้มลูกลงเรือตามมาถึงเกาะนี้ได้ ทั้งสองวิ่งเข้ากอดกันอย่างมีความสุข

ภาพซูมออกมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนเราเห็นว่าภาพคนกอดกันบนหาดเป็นแค่ห้ายโฆษณาแปะอยู่บนตึก

ตอนนี้เป็นคืนที่ฝนพรำ กล้องยังซูมออกมาเรื่อยๆจนเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่ขอบตึก...

หนังจบตอนสองทุ่ม อุตส่าห์ดีใจจะกลับไปดู ฝรั่งเศส ปะทะ all black!

คุณเพื่อนบ้านมากินข้าวที่บ้านเราต่อซะงั้น T_T งานนี้ก็ยาวอย่างเดียวละคะ กว่าจะกินเสร็จก็เที่ยงคืน

ไม่ได้ดูรักบี้ แต่มีอาหารตาก็ยังดีวะ!

 

7 ตุลา 50

20-18 ฝรั่งเศสชนะ...เป็นไปได้ไงเว้ยเฮ้ย!...เพราะเป็นเจ้าบ้าน?

อะไรกันเนี่ย ทำมาย ทำมายย ทำมายยยยย

WWE ไม่มีให้ดู นั่งดูรูปนิ่งจากในเว็บเอา

แรนดี้ได้แชมป์! เฮ้ย ถึงจะได้มาแบบทุเรศก็เหอะ แต่แรนดี้ได้แชมป์! กรี๊ด กร๊าด อ๊าง อ๊าย >_<

แล้วก็ยังว่างมากเรื่อยเปื่อย เปลี่ยนธีมบล็อคดีกว่า

 

9 ตุลา 50

อากาศเย็นมากแล้ว วันนี้ใส่ผ้าพันคอเป็นครั้งแรก

แต่อยากได้ผ้าปิดหน้าแบบโดโรโระมากกว่า =_= รู้สึกเหมือนน้ำแข็งเกาะจมูก

แวะเล่นเน็ตตอนเที่ยง...Exteen เปลี่ยนโฉมใหม่!

ทำไมตัวหนังสือมากองอยู่ตรงกลางหมดเลยฟระ =_= เน็ตอื่ด ไม่มีเวลาแก้ ไปเรียนก่อน...

ขากลับแวะไปซื้อปากกา แค่ปากกาหมึกเจลธรรมดาๆ...2.5 ยูโร –[]-! (ราว 100 บาท)

//ps. ต่อเติม - ลองสังเกตดูข้างบน...วันก่อนหน้าแค่สองวันฉันเพิ่งเปลี่ยนธีมใหม่ T_T...

แล้วก็นั้นแหละ ช่วงนั้นจะได้ยินเสียงบ่นหนาหูกับระบบใหม่ exteen กันมากมาย

ธีมนั้นก็เลยอัมพาตไปเลย ใช้งานได้แค่สองวัน แง้~//

 

10 ตุลา 50

นั่งปั่นงานซะแทบหลับคา...เรื่องมีอยู่ว่า ยืมสมุดเควินมาลอก

ปากกาหมึกเจลนี่มันเขียนมันส์จริงๆ ติดแต่หัวใหญ่ เขียนแล้วอ่านยาก (ใครใช้ให้เขียนตัวเล็กเล่า...)

จู่ๆโดมินิคก็โผล่มาบอกว่า แต่งตัว จะออกไปกินข้าวข้างนอก...นี่บอกกันล่วงหน้าหน่อยได้ไหม T[]T

(หรือเขาบอกแล้ว เรามัวแต่เอ๋อหว่า =_=)

ก็มารู้เอาที่หลังว่าเป็นวันครบรอบวันแต่งงาน 20 ปีของคุณโฮส

เขาพาไปกินอาหารฝรั่งเศสในร้านเล็กๆแลดูอบอุ่น ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะมีเราเป็นลูกค้าอยู่โต๊ะเดียว...

หลังจากจ้องเมนูอย่างงงงวยอยู่นาน ก็ยอมแพ้ ให้โฮสสั่งให้ เลยได้ลองกิน salad lyonaise อร่อยมากๆ ^^

ตามด้วยแซลม่อนแช่น้ำมะนาว มีเครื่องเคียงมากมาย ถามโฮสว่าไอ้เขียวๆนี่อะไร (มันคือบล็อคเคอรี่บด)

อเล็กซ์บอกทันทีเลย ไม่อร่อยหรอก เหอๆ ฌองก็บอกว่า สิ (si เห็นไหม ภาษาเราออกจะคล้ายกัน - -b)

(แต่จริงๆคนที่พูด “เออสิ,จริงสิ” ด้วยคำว่า สิ คำเดียว ก็เห็นจะมีแต่เซียนะรู้สึก - -a)

พร้อมกับฌองกินให้ดูเป็นตัวอย่าง เหอๆ (แต่มันไม่อร่อยจริงๆนะ)

จากนั้นโดมินิคก็ส่งกบมาให้ลองกิน...อร่อยดีแหละ รสชาติเป็นไง...ก็เหมือนเนื้อสัตว์ทั่วไป

(คือลื้นเซียแยกได้แค่ปลา อาหารทะเล กับ เนื้อสัตว์ - -b)

แต่กินยาก ด้วยตัวเล็ก กว่าจะแกะกระดูกแต่ละชิ้น เล็บก็สกปรกหมด

(เขากินกับมือร้อยเปอร์เซ็นต์ ชิ้นเล็กขนาดนั้นไม่มีใครนั่งใช้ส้อมมีดกันหรอก)

กลับบ้านมาก็นั่งปันงานต่อ ทำไมเยอะงี้วะ! เลยลอกสองหน้า ตัดทิ้งหน้านึง - -b

ขนาดทำงี้แล้วยังทำงานยันห้าทุ่มแนะ

(หนึ่งลายมือคนแถวนี้อ่านไม่ง่าย สองมันไม่เหมือนไทยหรืออังกฤษที่เราอ่านเป็นบรรทัดแล้วค่อยเขียนยังได้ นี่แถบจะต้องสะกดจดเป็นตัวๆ)

สลบเลย (ปกติเค้านอนสี่ทุ่มนะตัว)

 

11 ตุลา 50

จะให้เพื่อนพาไปซื้อซิม คุณเธอก็เบี้ยวนัดอีกแล้ว แล้วฉันจะได้มีมือถือใช้ไหมเนี่ย T_T

อาวิออง อ.ให้เขียน family tree…มันเยอะนะคะ T_T

แล้วก็ค้นพบว่าเราลืมชื่อบรรพบุรุษตัวเองอีกแล้ว...

ในที่สุด เย้ เสร็จแล้ว~...อ๊ะ คนนี้ก็แต่งงานแล้วนี่หว่า เติมๆ...อ๊ะ คนนี้มีลูกอีกคนนี่หว่า เติมๆ ...=_=”...

คุยๆกับซีเบล เขาก็ อ้าว ยังไม่ได้ซื้ออีกหรอมือถือ เลยพาไปซื้อซะเลย เย้ ^^

Orange เพื่อความชัว ...ตั้ง 30 ยูโรแนะ –[]-! ที่สำคัญ...เพิ่มอีกไม่กี่ยูโรมันให้เครื่องพร้อมซิมเลย =_=”

โชคดีจริงๆที่มีซีเบลมาด้วย เพราะหนึ่ง เราเป็นโรคเอ๋อกับสำเนียงคนแปลกหน้า

จะเกิดอาการจูนไม่ติด ฟังไม่รู้เรื่อง

สอง เพิ่งรู้ว่าอายุไม่ถึง 18 ซื้อซิมไม่ได้ =_= เลยใช้ชื่อซิเบลแทน

เรื่องเด็ดวันนี้ ตอนยื่นสำเนาพาสปอร์ตให้เขาใช้เป็นหลักฐาน

เขาถามว่า อันไหนคือชื่อ... Miss?

...นั้นมันแปลว่ามาสมัวแซลย่ะ =_=...

ครับ พี่น้อง ความสามารถทางอังกฤษของคนฝรั่งเศสมันทรามได้ขนาดนี้เลยแหละ