one day, different way
posted on 18 Aug 2009 19:03 by darkgoldenfish in fictionไม่ได้เขียนฟิคมานานแล้วนะ รู้สึก
เดี๋ยวนี้เขียนเฉพาะต้องส่งชมรม
(ทั้งที่ย้ายตำแหน่ง ย้ายฝ่ายมาแล้ว ทำไมยังต้องแต่งฟิคอยู่วะ T_T)
รู้สึกไร้จินตนาการขึ้นแหะเรา หรือชีวิตทุกวันนี้มันสนุกสนานบ้าบอมากเกินไป
แต่ช่วงนี้ติดหนึบหนับกะการอ่านมากกว่าด้วยแหละ มันเลยไม่ค่อยได้เขียน
-----------------------------------------------------
...ฝนตกอีกแล้วหรอ...
ฉันยันตัวขึ้นมองนอกหน้าต่างอย่างอารมณ์เสีย
สายฝนที่สาดกระทบหลังคาสังกะสีที่กันสาด ก่อให้เกิดเสียงหนวกหูที่ปลุกฉันขึ้นมาก่อนเวลา
เสียงฟ้าร้องทำเอาฉันสะดุ้ง รู้สึกตื่นเต็มตากว่าเดิม
มองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามเพ่งมองผ่านม่านฝน
เหล่าดอกไม้ในกระถางเบื้องล่างต่างสั่นไหววูบวาบอย่างน่ากลัวด้วยแรงลมและแรงปะทะจากเม็ดฝน
ฉันได้แต่นั่งเป็นห่วงดอกไม้ที่เพิ่งผลิบาน มันจะทนฝ่าฝนกระหน่ำนี้ไปได้ไหมนะ
เดินไปเปิดทีวี เร่งเสียงเป็นพิเศษเพื่อกลบเสียงสายฝนแสนหนวกหูที่ซัดสาดไม่หยุดยั้ง
รายงานข่าวตอนเช้าบอกว่ารถกำลังติดหนักอย่างที่คิด
ยืนถอนหายใจอยู่หน้าทีวีซักพักก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว
ในหัวก็คิดพลางหาถนนที่จะไปทำงานได้เร็วที่สุด
เมื่อออกมาจากห้องน้ำ ก็พบว่าสัญญาณของทีวีเคเบิลหายไปซะแล้ว
เหลือแต่หน้าจอดำๆ กับตัวฉันที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดสะท้อนกลับมา
ถือร่มสีเทาคันใหญ่เทอะทะออกมาเดินหาซื้อของกินยามเช้า
ร้านแผงลอยที่เคยอุดหนุนเป็นประจำต่างหายหน้ากันไปหมด วันนี้คงต้องพึ่งเซเว่นซะแล้ว
ฉันเริ่มหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆเมื่อรู้สึกว่าน้ำฝนเริ่มแทรกซึมเข้ามาในรองเท้า
พลันเหลือบเห็นเด็กนักเรียนตัวเล็กๆที่กระโดดหยองแหยงข้ามแอ่งน้ำขังตามพื้นถนน
เด็กน้อยถือกระเป๋านักเรียนกับร่มสีสดที่ไม่ได้กาง
ฝนปอยเบาๆ เสื้อสีขาวมีร่องรอยหยดน้ำเล็กๆอยู่เต็ม แต่เด็กน้อยหน้าตามีความสุข
...เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก...
แต่ว่า...ตอนเด็กๆเราเองก็ชอบวิ่งเล่นกลางสายฝนแบบนี้เหมือนกันนี่นะ...
ฉันกระชับร่มในมือ ก่อนเร่งฝีเท้าไปให้ถึงที่หมาย
...เสียงนี้มัน...ฝนตก!
ฉันกระโดดออกจากที่นอนวิ่งตรงไปที่หน้าต่าง เสียงฝนที่ตกกระทบบนหลังคาบ้านดังต่อเนื่อง สม่ำเสมอ
ฟังคล้ายเสียงดนตรี มีเสียงกบเป็นวงประสานเสียง
เห็นสายฟ้าแล่บวาบบนท้องฟ้า เวลาสวยงามชั่ววูบที่ไม่ได้เห็นกันทุกวัน
ฉันนั่งจ้องหยดน้ำเล็กๆที่วิ่งแข่งกันอยู่บนกระจกหน้าต่างอย่างเพลิดเพลิน
ปรับโฟกัสตาให้เลยออกไป
ต้นไม้ใหญ่กำลังเริงระบำท่ามกลางสายฝนเย็นช่ำกับลมที่พัดพาชีวิตชีวามาให้
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนแม่จะเปิดเข้ามา
“อ้าว ตื่นแล้วนี่ ไปอาบน้ำซะ เดี๋ยวไปสายหรอก”
ฉันวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างว่าง่าย เพราะในห้องน้ำจะได้ยินเสียงสายฝนชัดยิ่งกว่าเดิม
อาบน้ำไปก็ร้องเพลงคลอไปกับจังหวะของเม็ดฝน
พอแต่งตัวเสร็จก็คว้ากระเป๋านักเรียนพุ่งไปที่ประตูทันที
แม่หันมาเรียกทันก่อนจะยัดร่มสีแดงใส่มือ
“กางร่มด้วยล่ะ จะได้ไม่เป็นหวัด”
“ค่า~”
ฉันไม่ได้กางร่ม ฝนปอยๆแบบนี้กำลังเย็นสบาย
วันนี้พวกร้านค้าแผงลอยก็หลบฝนกันหมดทำให้ถนนในซอยโล่งกว่าทุกที
กระโดดข้ามแอ่งน้ำฝนตรงนู้นตรงนี้ได้อย่างอิสระ
กระโดดไม่พ้นน้ำก็ท่วมเข้ามาในรองเท้าจนถุงเท้านักเรียนเปียกโชก
ต้องรีบไปให้ถึงโรงเรียนแต่เช้า จะได้ไปจองที่ดีๆตากถุงเท้า ก่อนคนอื่นจะมาตากจนเต็มหมดซะก่อน
เงยหน้าขึ้นเห็นผู้หญิงแต่งตัวดีเดินถือร่มสีเทาคันใหญ่ หน้าตาถมึงทึงเหมือนโมโหใครมา
แต่แน่ละพวกผู้ใหญ่จะอารมณ์เสียเสมอเวลาที่ฝนตก
...อีกซักสิบยี่สิบปี ตอนฉันโตขึ้นมีงานมีการทำ
ฉันจะเดินถือร่มคันใหญ่ในเช้าแบบเดียวกันนี้ไหมนะ...